การเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.เช่าที่ดินเกษตรกรรมหรือไม่ และต้องชำระค่าเสียหายเมื่อโอนที่ดินระหว่างพิจารณาหรือไม่
การเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เนื่องจากยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาออกมาบังคับใช้ ดังนั้นผู้เช่าจึงไม่ได้รับความคุ้มครองพิเศษ และต้องชดใช้ค่าเสียหายนับแต่วันที่ผิดสัญญาจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าเช่าค้างและค่าเสียหายแก่โจทก์นับแต่วันที่ผิดสัญญาจนถึงวันที่โจทก์โอนที่ดินให้จำเลยและบุตร โดยยกคำสั่งขับไล่
จำเลยเช่าที่เลี้ยงปลา โจทก์ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ระหว่างอุทธรณ์โจทก์โอนที่ดินให้จำเลยแต่ยังเรียกร้องค่าเสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังไม่มี ร.ก.บังคับใช้กับการเลี้ยงสัตว์น้ำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2993/2532นางเฉลิม สิทธิเวชโจทก์นายเปีย เมืองนุชจำเลย ป.พ.พ. , ม. 537 ป.วิ.พ. , ม. 138 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 , ม. 22, ม. 26, ม. 63คู่ความท้ากันว่า ถ้าจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยยอมแพ้ข้อต่อสู้อื่น ๆ จำเลยสละทั้งหมดถ้าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ยอมแพ้ สำหรับค่าเสียหายหากโจทก์ชนะคดี จำเลยยอมให้เป็นไปตามฟ้อง ปรากฏว่ามาตรา 63 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติว่า ในกรณีที่มีการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านาเป็นช่องทางให้เกิดการเอาเปรียบเกษตรกรผู้เช่าโดยไม่เป็นธรรมจนเกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว ก็ให้มีอำนาจกระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแต่ไม่ปรากฏว่าตั้งแต่ได้ตราพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้จนบัดนี้ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาออกมาใช้บังคับให้มีการควบคุมการประกอบเกษตรกรรมประเภทใดแสดงว่ากฎหมายดังกล่าวยังไม่ประสงค์ให้มีการควบคุมคุ้มครองการเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา) เหมือนกับการเช่านาเพื่อทำนาปลูกข้าวหรือพืชไร่ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 22 และมาตรา 26 จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยต้องแพ้คดีตามคำท้า และแม้โจทก์ได้โอนที่พิพาทให้แก่จำเลยกับบุตรแล้วในขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยก็ยังต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์นับแต่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทจนถึงวันที่โจทก์โอนที่พิพาทดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า โจ