ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2532

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องแบ่งมรดกเกิน 1 ปีหลังเจ้ามรดกตายขาดอายุความหรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองมรดกร่วมกัน

หลักกฎหมาย

เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันและยังมิได้แบ่งปันกันเป็นสัดส่วน การฟ้องคดีแบ่งมรดกแม้เกิน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายก็ไม่ขาดอายุความ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยหักค่าใช้จ่ายทำศพออกก่อน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ทายาทตกลงขายที่ดินบางส่วนเพื่อทำศพและยังไม่ได้แบ่งมรดกเป็นสัดส่วน บุตรโจทก์ยังเข้าไปไถนา มรดกจึงยังครอบครองร่วมกัน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2532นางพร้อย ทองรอดโจทก์นายอ่อน อ่วมอ่ำจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1748 วรรคแรก, ม. 1754 วรรคแรกหลังจากเจ้ามรดกตาย โจทก์จำเลยซึ่งเป็นทายาทได้ตกลงเรื่องทรัพย์มรดกโดยให้ขายที่ดินบางส่วนนำเงินมาทำศพเจ้ามรดกนอกจากนี้บุตรโจทก์ก็ได้เข้าไปไถที่นามรดก ถือได้ว่าโจทก์ได้ร่วมครอบครองทรัพย์มรดกกับจำเลย โดยยังมิได้แบ่งปันทรัพย์มรดกกันเป็นสัดส่วน แม้โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาของนางชีพ นางชีพเป็นภรรยาของจำเลย เมื่อนางชีพแต่งงานกับจำเลย โจทก์ได้ยกทรัพย์สินรวมราคาประมาณ ๔๔,๐๐๐ บาท และนางชีพกับจำเลยมีสินสมรสรวมราคาประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมานางชีพถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์ที่โจทก์ยกให้นางชีพโจทก์มีสิทธิได้ครึ่งหนึ่ง ส่วนสินสมรสตกเป็นของจำเลย ๑ ส่วน และเป็นมรดกที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์จำเลยคนละครึ่งอีก ๑ ส่วน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับมรดกของนางชีพทั้งสิ้น ๓๔,๕๐๐ บาทโจทก์จำเลยต่างครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันตลอดมา ขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความมรดก ทั้งจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียว โจทก์ไม่ได้ครอบครองด้วย และยังมีที่ดินสินเดิมของนางชีพอีก ๑ แปลง โจทก์ไม่ได้กล่าวมาในฟ้องซึ่งจำเลยกับนางชีพร่วมกันครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา ๒๘ ปีแล้ว จึงเป็นกองมรดกจะต้องแบ่งให้จำเลยครึ่งหนึ่ง ขอให้โจทก์แบ่งที่ดินดังกล่าวให้จำเลยด้วย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินที่จำเลยอ้างเป็นของโจทก์จำเลยและนางชีพปลูกบ้านโดยโจทก์ยินยอมอนุญาต ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ตามฟ้องโดยก่อนแบ่งให