ผลทางกฎหมายของคำท้าให้สาบานเมื่อจำเลยไม่ไปศาลตามนัด โดยทนายความมีอำนาจจำหน่ายสิทธิในใบแต่งตั้ง
หากใบแต่งตั้งทนายความระบุให้ทนายความมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในทางจำหน่ายสิทธิได้ คำท้าที่ทนายความตกลงกันจึงมีผลผูกพันจำเลย การที่จำเลยไม่ไปศาลตามนัดสาบานโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง ถือว่าไม่ยอมปฏิบัติตามคำท้า จึงต้องตกเป็นฝ่ายแพ้คดี
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง และให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาในการยินยอมรับรองแนวเขตที่ดินพิพาทแทนจำเลย
ในวันชี้สองสถาน ทนายความของโจทก์และจำเลยตกลงท้ากันให้สาบานเรื่องเขตที่ดิน ก่อนถึงวันนัด ทนายจำเลยขอถอนตัวโดยอ้างว่าจำเลยไม่ยอมรับคำท้า แต่จำเลยลงชื่อรับทราบและไม่คัดค้าน และในวันนัดสาบานจำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุขัดข้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3003/2532นายบุญเนื่อง เหลืองขมิ้นโจทก์นายดอกดิน พาหวลจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 62, ม. 84, ม. 138ใบแต่งทนายความของจำเลยระบุให้ทนายความมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาใดไปในทางจำหน่ายสิทธิของจำเลยได้ เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การประนีประนอมยอมความ ฯลฯในวันชี้สองสถาน ทนายโจทก์และทนายจำเลยตกลงท้ากันว่า หากโจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับโจทก์ไปสาบานที่ วัดพระแก้วกับ วัดบ้านแหลม โดยจำเลยจะเป็นผู้นำสาบานว่าโจทก์กับพวกไม่ได้เคลื่อนย้ายหลักเขตที่ดินมุม ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วจำเลยไม่ติดใจถือว่ายอมแพ้ ก่อนถึงวันนัดสาบานตามคำท้า ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยโดยอ้างว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน เนื่องจากได้แจ้งเรื่องคำท้าให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ยอมรับ คำท้า แต่จะให้มีการสืบพยานต่อไป ในคำร้องดังกล่าวจำเลยได้ลงชื่อรับทราบข้อความและไม่คัดค้านไว้ ทั้งในวันนัดสาบานตามคำท้าทนายจำเลยก็แถลงยืนยันตามข้อความในคำร้องดังกล่าวจึงต้องฟังว่าจำเลยได้ทราบวันนัดสาบานตามคำท้าแล้ว แม้ในวันที่คู่ความแถลงท้ากันจำเลยไม่ได้ไปศาลก็ตาม เมื่อคำท้ามีผลผูกพันจำเลย จำเลยสามารถปฏิบัติตามคำท้านั้นได้โดยไปเป็นผู้นำสาบานตามคำท้า แต่จำเลยไม่ไป ถือได้ว่าจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำท้าจึงต้องตกเป็นฝ่ายแพ้คดีโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินมีโฉนดของโจทก์และผู้มีชื่อเพื่อแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจำเลยได้คัดค้านว่ามีการเคลื่อนย้ายหลักเขตทางด้านทิศใต้ของโจทก์เข้าไปในเขตที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่ยอมรับรองแนวเขต ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและขัดขวางการรังวัดแบ่งแยกที่ดินดังกล