การปิดหมายศาลที่ประตูสำนักงานชั้นล่างของบริษัทที่ใช้อาคารร่วมกัน ถือเป็นการส่งหมายโดยชอบหรือไม่
การปิดหมายศาลที่ประตูสำนักงานชั้นล่างของบริษัทที่ใช้อาคารร่วมกัน ถือเป็นการส่งหมายโดยชอบหรือไม่
พิพากษายืน
บริษัทจำเลยที่ 2 มีสำนักงานอยู่ตึกแถวชั้นสอง แต่เจ้าหน้าที่ศาลนำหมายไปปิดไว้ที่ประตูบริษัทชั้นล่างซึ่งมีสำนักงานอีกบริษัทหนึ่งตั้งอยู่ โดยทั้งสองบริษัทไม่ได้แบ่งแยกสำนักงานเป็นสัดส่วนชัดเจน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3004/2532เด็กหญิงยุพิน ศรีวิไล กับพวกโจทก์นาย เขียว เนาวราช กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 79, ม. 156, ม. 208บริษัทจำเลยที่ 2 มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ตึกแถวชั้นที่สองตึกแถวชั้นล่างเป็นสำนักงานของอีกบริษัทหนึ่งซึ่งมี ช. เป็นกรรมการของบริษัททั้งสอง เมื่อบริษัททั้งสองถูกฟ้อง เจ้าหน้าที่ศาลจะนำหมายศาลไปปิดไว้ที่ประตูบริษัทชั้นล่าง สำนักงานบริษัททั้งสองตามที่ได้จดทะเบียนต่อ กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้แบ่งแยกออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ป้ายแสดงชื่อสำนักงานบริษัททั้งสองต่างอยู่บริเวณประตูทางเข้าสำนักงาน เช่นนี้ การที่โจทก์นำหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาพร้อมสำเนาคำฟ้อง หมายเรียก หมายนัดสืบพยานโจทก์ส่งให้บริษัทจำเลยที่ 2 โดยการปิดหมายที่หน้าประตูสำนักงานชั้นล่าง เนื่องจากคนในสำนักงานไม่ยอมรับหมาย อ้างว่าผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 2 ไม่อยู่ จึงเป็นการส่งหมายนัดไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา สำเนาคำฟ้อง หมายเรียก และหมายนัดสืบพยานโจทก์แก่จำเลยที่ 2 โดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ว่าจำเลยที่ 2 เพิ่งทราบว่าถูกฟ้องคดีนี้เมื่อรับคำบังคับอันจะให้จำเลยที่ 2 ขอพิจารณาใหม่ได้คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่เฉพาะคดีส่วนของจำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยที่ ๒ กับบริษัทสหมิตรขนส่งจำกัด มีนายชาญ เวสารัชชานนท์ เป็นกรรมการ บริษัททั้งสองต่างมีสำนักงานอ