กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ยังชำระราคาไม่ครบโอนหรือไม่ และต้องคืนของกลางเมื่อเจ้าของไม่รู้เห็นการผิด
สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขตาม ป.พ.พ. ม.459 กรรมสิทธิ์ยังอยู่ในมือผู้ขายจนกว่าจะชำระราคาครบ หากเจ้าของพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและไม่รู้เห็นการผิด ศาลต้องสั่งคืนของกลาง
พิพากษากลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้คืนรถยนต์ของกลางหมายเลขทะเบียน 3 ก-4429 กรุงเทพมหานคร แก่ผู้ร้อง
ผู้ร้องขายรถให้ผู้อื่นโดยสัญญาว่าจะโอนเมื่อชำระราคาครบ ผู้ซื้อไม่ชำระและนำรถไปกระทำความผิด ศาลสั่งริบรถ ผู้ร้องพิสูจน์ว่าตนเป็นเจ้าของและไม่รู้เห็นการผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3010/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมบัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยาผู้ร้องนายอนุชา วิทยา กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 36 ป.พ.พ. สัญญาซื้อขายรถยนต์มีข้อความว่า ผู้ร้องสัญญาจะโอนรถยนต์ให้ ด. เมื่อได้รับเงินที่ค้างเรียบร้อยแล้ว แสดงว่าคู่สัญญาตกลงจะโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ซื้อขายเมื่อ ด. ผู้ซื้อชำระราคาส่วนที่เหลือแล้ว เป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 เมื่อ ด. ยังไม่ได้ชำระราคาที่ค้างแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขาย กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จึงยังเป็นของผู้ร้อง จำเลยนำรถยนต์ไปกระทำผิดและถูกศาลสั่งริบเมื่อผู้ร้องพิสูจน์ได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางที่แท้จริง และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยจึงต้องคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องคดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ฐานรับของโจรคนละ ๒ ปี และสั่งริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๓ ก-๔๔๒๙ กรุงเทพมหานคร ของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์คันดังกล่าวแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์ของกลางผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจกับพวกจำเลยในการกระทำผิดคดีนี้ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางได้โอนเป็นของนายดุษฎี บุญพลอย ตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๘ แล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้คืนรถยนต์โฟล์คสวาเกนหมายเลขทะเบียน ๓ ก-๔๔๒๙ กรุงเทพมหานคร ของกลาง ให้แก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย