ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3045/2532

ประเด็นกฎหมาย

จำเลยยื่นขอแก้คำให้การในชั้นอุทธรณ์หลังศาลชั้นต้นพิพากษา ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. ม.163 วรรคสอง หรือไม่

หลักกฎหมาย

จำเลยที่ต้องการเปลี่ยนแปลงคำให้การต้องยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา การยื่นในชั้นอุทธรณ์จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยยื่นขอแก้คำให้การในชั้นอุทธรณ์หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้ว ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งคำร้องดังกล่าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3045/2532นายบุญชัย นาคทรงศักดิ์โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานน่ำเฮี้ยงกับพวก ป.วิ.อ. , ม. 208 (2), ม. 225จำเลยที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงคำให้การเดิมของตนย่อมทำได้ด้วยการขอแก้หรือเพิ่มคำให้การ ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา แต่จำเลยเพิ่งยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคสอง ดังนั้นแม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้สั่งคำร้องดังกล่าวก็หาทำให้การพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ต้องเสียไปไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้การรับสารภาพว่ากระทำผิดจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยไว้แล้วจัดส่งคำให้การ คำร้องและรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาโดยมิได้สั่งคำร้องดังกล่าว คดีมีปัญหาว่า จำเลยจะขอถอนคำให้การในชั้นศาลอุทธรณ์เพื่อให้การใหม่ว่าให้การรับสารภาพได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองถูกฟ้องและให้การปฏิเสธแล้ว หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะให้การรับสารภาพจำเลยก็ย่อมทำได้ด้วยการขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การ ซึ่งจำเลยจะต้องยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๓ วรรคสอง แต่จำเลยทั้งสองเพิ่งยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การหลั