ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2532

ประเด็นกฎหมาย

การไม่กล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายขณะปฏิบัติหน้าที่ในชั้นสอบสวน ทำให้พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีฆาตกรรมได้ตามปกติ

หลักกฎหมาย

มาตรา 143 วรรคสาม ใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้ต้องหาได้กล่าวอ้างในชั้นที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้ตายขณะปฏิบัติราชการ หากไม่กล่าวอ้าง พนักงานสอบสวนและอัยการดำเนินการตามปกติได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นอื่นและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานถูกฟ้องฆาตกรรม แต่ไม่ได้อ้างว่าฆ่าขณะปฏิบัติราชการในชั้นสอบสวน พนักงานอัยการจึงออกคำสั่งฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ศาลฎีกาแก้เป็นว่าฟ้องชอบ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2532พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอแม่อาย)โจทก์นายประเสริฐ โยธาโจทก์ร่วมจ่าสิบตำรวจเกษม จันทร์สุวรรณจำเลย ป.อ. , ม. 143, ม. 150การที่จะกล่าวอ้างว่าตนเป็นเจ้าพนักงานฆ่าผู้ตายเพราะเหตุจากการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือผู้ตายตายอยู่ในระหว่างการควบคุมของตน ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 วรรคสามนั้นต้องได้กล่าวอ้างขึ้นในชั้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเพื่อพนักงานสอบสวนจะได้เสนอสำนวนการสอบสวนความเห็นต่อพนักงานอัยการตามมาตรา 142 หรือต่ออธิบดีกรมอัยการ หรือผู้รักษาการแทนตามมาตรา 143 วรรคสามได้ถูกต้องเมื่อมิได้มีการกล่าวอ้างเช่นว่านั้น ในชั้นที่ถูกกล่าวหาแล้วการที่พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเช่นคดีอาญาธรรมดารวมทั้งการที่พนักงานอัยการออกคำสั่งฟ้อง จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่านายชำนาญ โยธา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าคดีนี้เป็นกรณีที่ความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ พนักงานอัยการต้องร้องขอต่อศาลให้ทำการไต่สวนและเป็นอำนาจของอธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นที่จะออกคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พนักงานอัยการมิได้ร้องขอต่อศาลให้ทำการไต่สวนและอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ออกคำสั่งฟ้องจำเลย จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลอนุญาตให้นายประเสริฐ โยธา บิดาผู้ตายเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉั