การตีความคำว่า 'ไม้ท่อน' ใน พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 69 วรรคสอง ต้องมีขนาดใหญ่พอควร ไม่ใช่เศษไม้เล็ก
ไม้ท่อนตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 69 วรรคสอง ต้องมีขนาดใหญ่พอควรที่จะถือว่าเป็นไม้ท่อนได้ หากเป็นเศษไม้เล็กไม้น้อยที่มีลักษณะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ถือเป็นไม้ท่อน
พิพากษากลับคำพิพากษาอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งห้าในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 69 วรรคสอง (กรณีไม้ท่อนเกิน 20 ท่อน) แต่คงความผิดตามวรรคแรก
จำเลยมีไม้หวงห้าม 63 ท่อน (มะพลับ 11 ท่อน, โมกมัน 52 ท่อน) แต่ปริมาตรรวมเพียง 2.07 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งศาลเห็นว่าเล็กเกินไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3103/2532พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีโจทก์นายไสว วิเท กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ในกรณีมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อนตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2)นั้น ขนาดของไม้ต้นหรือท่อนจะต้องมีขนาดใหญ่พอควร พอที่จะถือว่าเป็นไม้ต้นหรือไม้ท่อนได้ เมื่อคดีได้ความว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันมีไม้มะพลับหรือไม้พลับจำนวน 11 ท่อน ปริมาตร 1.08 ลูกบาศก์เมตรไม้โมกมันจำนวน 52 ท่อน ปริมาตร 0.99 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตแม้จำนวนไม้ที่จำเลยทั้งห้ามีไว้ในครอบครองจะมีจำนวนรวมกันถึง63 ท่อน แต่ไม้ทั้งหมดมีปริมาตรรวมกันเพียง 2.07 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น แสดงว่าไม้หวงห้ามดังกล่าวเป็นเศษไม้เล็กไม้น้อย อันมีลักษณะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่มีลักษณะเป็นต้นหรือท่อนตามความหมายของพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง(2) จึงไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งห้าตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ จำเลยทั้งห้าคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคแรกเท่านั้นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๕, ๗, ๔๗, ๔๘, ๖๙, ๗๓, ๗๔, ๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๘ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙, ๒๘ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓, ๔ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕มาตรา ๔ ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ประมวลกฎหมา