การแทงสุ่มโดยกะทันหันในเวลากลางคืนโดยไม่มีโอกาสเลือกจุดที่เจาะจง ถือว่ามีเจตนาฆ่าหรือไม่
การแทงสุ่มโดยกะทันหันในเวลากลางคืนโดยไม่มีโอกาสเลือกหรือกำหนดจุดที่เจาะจง แม้จะทะลุเข้าอวัยวะสำคัญ ก็ยังไม่พอชี้ชัดว่ามีเจตนาฆ่า
แก้คำพิพากษาเป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 297 จำคุก 5 ปี
จำเลยแทงผู้เสียหาย 2 ครั้ง โดยกะทันหันในเวลากลางคืนและสุ่มไปโดยไม่มีโอกาสเลือกจุดที่เจาะจง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3106/2532พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีโจทก์นายยงยุทธหรือโฮมชาฏา ป.อ. , ม. 297, ม. 288จำเลยกับผู้เสียหายทะเลาะวิวาทกันก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วจำเลยถือมีดปลายแหลมตามไปจะทำร้ายผู้เสียหายผู้เสียหายได้ใช้โช้กอัพ รถจักรยานยนต์ตีจำเลยแต่ไม่ถูก จำเลยจึงเข้าประชิดตัวและใช้มีดแทงผู้เสียหาย 2 ครั้ง ถูกที่ต้นแขนขวาและที่ชายโครงขวาทะลุเข้าทรวงอกมีบาดแผลขนาด 12x3x2 เซนติเมตรและ 6x2x3 เซ็นติเมตร ตามลำดับ เป็นการแทงโดยกะทันหันในเวลากลางคืนโดยจำเลยแทงสุ่ม ไปไม่มีโอกาสเลือกได้ว่าจะแทงส่วนไหนของร่างกายพฤติการณ์ดังกล่าวประกอบบาดแผลยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงนายบุญมี ไกรเนตรโดยเจตนาฆ่า แต่นายบุญมีไม่ถึงแก่ความตาย เพียงแต่ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่นั้น แม้จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนโดยถือมีดปลายแหลมตรงไปยังผู้เสียหายในลักษณะที่จะทำร้ายผู้เสียหายก็ตาม แต่ก่อนที่จำเลยจะแทงผู้เสียหายนั้น ผู้เสียหายได้ใช้โช้กอัพรถจักรยานยนต์ตีจำเลยเพื่อป้องกันตัวแต่ไม่ถูกจำเลยจึงเข้าประชิดตัวผู้เสียหายและใช้มีดแทงผู้เสียหาย ๒ ครั้งถูกที่ต้นแขนขวา กล้ามเนื้อขาดเป็นบาดแผลขนาด ๑๒x๓x๒ เซนติเมตรและถูกที่ชายโครงขวา ทะลุเข้าทรวงอกเป็นบาดแผล ๖x๒x๓ เซนติเมตรโดยกะทันหันในเว