การสั่งรื้อถอนบ้านของจำเลยที่ปลูกบนที่ดินโจทก์ เป็นการเกินคำขอหรือไม่
เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่และห้ามเกี่ยวข้อง หมายถึงจำเลยต้องเอาทรัพย์สินของตนออกจากที่ดิน การสั่งรื้อถอนบ้านจึงไม่เป็นการเกินคำขอ
พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาท ห้ามเข้าเกี่ยวข้อง และฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
โจทก์ฟ้องขับไล่ที่ดินและบ้านจำเลย ศาลสั่งรื้อถอนบ้านจำเลยซึ่งปลูกบนที่ดินโจทก์ จำเลยฎีกาว่าเกินคำขอ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3120/2532นายเชื้อ เสือประดิษฐ์โจทก์นางสาวประทุม เสือประดิษฐ์จำเลย ป.วิ.พ. ในคดีที่โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินและบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ได้ให้จำเลยอยู่อาศัย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ ให้ส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ ทั้งได้ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกด้วย ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ก็ย่อมมีความหมายว่าจำเลยจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกไม่ได้ ทรัพย์สินใด ๆของจำเลยที่อยู่ในที่พิพาทจำเลยต้องเอาออกไปให้พ้นที่พิพาทด้วยดังนั้น เมื่อบ้านเป็นของจำเลย การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปจากที่พิพาทจึงไม่เป็นการพิพากษาเกินกว่าคำขอหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องแต่ประการใดคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านซึ่งปลูกบนที่ดินดังกล่าว และส่งมอบคืนแก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับมารดาจำเลยโจทก์กับมารดาจำเลยได้แบ่งที่ดินดังกล่าวออกเป็นแปลง ๆ แล้วยกให้บุตรทุกคนปลูกบ้าน บ้านพิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านพิพาทออกจากที่ดินดังกล่าว ห้ามจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องและมีคำขอท้ายฟ้องให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และขอให้จำเลยส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ ทั้งได้ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องด้วย เช่นนี้ย่อมหมายความว่าจำเลยจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีก