ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3156/2532

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างไม่ต้องระบุเหตุในคำสั่ง หากนายจ้างชี้แจงในคำให้การได้

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างเป็นสิทธิเลิกสัญญาจ้าง ไม่มีกฎหมายบังคับให้ระบุเหตุในคำสั่ง หากโจทก์ฟ้อง นายจ้างชี้แจงเหตุในคำให้การได้ จึงเกิดข้อพิพาทได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกอุทธรณ์ของโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกเลิกจ้างไม่ระบุเหตุ ฟ้องว่าไม่เป็นธรรม โจทก์ฟ้องจำเลย นายจ้างชี้แจงเหตุในคำให้การว่าโจทก์ประพฤติผิดระเบียบ ศาลแรงงานกลางยกฟ้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3156/2532นายจุ้นฮ้อ แซ่ซิ้มโจทก์บริษัทไทยไดมารู จำกัดจำเลย ป.พ.พ. , ม. 575, ม. 582 ป.วิ.พ. , ม. 183การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเป็นเรื่องที่นายจ้างใช้สิทธิเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับว่าจะต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างนั้นด้วย เมื่อลูกจ้างนำคดีมาฟ้อง นายจ้างก็มีสิทธิที่จะอ้างเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในคำให้การ ซึ่งก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทขึ้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่แจ้งสาเหตุ เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และจ่ายค่าชดเชยไม่ครบ ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม หากโจทก์จำเลยไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑,๕๑๗,๑๘๔ บาท กับค่าชดเชยที่จ่ายขาดเป็นเงิน ๖,๕๑๐ บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ขาดความเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาอยู่เสมอ ประพฤติตนขัดแย้งต่อนโยบาย และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นประจำ ทำงานเข้ากับผู้ร่วมงานคนอื่นไม่ได้ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้ใด เอาเวลาทำงานไปใช้ในเรื่องส่วนตัว จำเลยตักเตือนโจทก์จนถึงขั้นทำทัณฑ์บนไว้ แต่โจทก์มิได้ปรับปรุงความประพฤติและการกระทำของตนให้ดีขึ้น จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยจ่ายเงินตามสิทธิที่โจทก์พึงได้รับไปแล้วโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าคำสั่งเลิกจ้างโจทก์มิได้ระบุสาเหตุแห่งการเลิกจ้าง เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถบรรยายข้ออ้างและข้อกล่าวหาของโจทก์ในขณะยื่นคำฟ้องได้ คำสั่งเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่