ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532

ประเด็นกฎหมาย

มีเหตุสมควรรับคำร้องระงับการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. ม. 293 เมื่อผู้ร้องมิใช่บริวารจำเลยหรือไม่

หลักกฎหมาย

หากผู้ร้องมิใช่บริวารจำเลย คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีบังคับคดีจะบังคับแก่ผู้ร้องมิได้ และการบังคับอาจกระทบสิทธิผู้ร้องซึ่งกำลังสู้คดีขับไล่ จึงมีเหตุสมควรรับคำร้องระงับการบังคับคดีไว้พิจารณา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องยื่นคำร้องระงับการรื้อบ้านในคดีบังคับคดีโดยอ้างว่าไม่ใช่บริวารจำเลยและถูกฟ้องขับไล่อีกคดีหนึ่ง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างพิจารณา หากบังคับคดีอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3242/2532นายวีรศักดิ์ ปัทมาคมสัน ที่ 1 กับพวกโจทก์นางวนิดา ศักดิ์ทองผู้ร้องนางม่วย จั่นถาวรจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 293ศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้านพิพาทผู้ร้องไม่ใช่บริวารจำเลย ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์จะใช้คำพิพากษาคดีนี้บังคับแก่ผู้ร้องมิได้ ทั้งตามคำร้องผู้ร้องอ้างว่าโจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องกับพวกเป็นจำเลยให้ออกจากบ้านพิพาท คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล หากให้โจทก์บังคับคดีไปและภายหลังผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ร้องดังกล่าว ก็จะกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องอาจทำให้ผู้ร้องเสียหาย จึงต้องรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปคดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง คดีถึงที่สุดในชั้นบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นเจ้าของบ้านดังกล่าว ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย และผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ให้ออกจากบ้านดังกล่าวอยู่ ขอให้ระงับการรื้อบ้านไว้ก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องกรณีไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๒, ๒๙๓ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นนี้ว่า มีเหตุควรรับคำร้องของผู้ร้องไว้ตามที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งมาหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ ๑๖๑/๒ ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท ผู้ร้องมิใช่เป็นบริวารของจำเลย ระหว่างนี้ผู้ร้องถูกโจทก์ฟ้องให้รื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาทเป็นอีกคดีหนึ่ง จึงขอให้ระงับการรื้อถอนบ้านไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ตามคำร้องดั