ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2532

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาเวนคืนไม่เป็นความผิดนัด หากเจ้าหน้าที่ไม่วางเงินต่อศาล จำเลยต้องเสียดอกเบี้ย

หลักกฎหมาย

การไม่ยอมรับราคาเวนคืนเพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรมมีมูลเหตุชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ถือเป็นผู้ผิดนัดตาม ป.พ.พ. ม.237 หากเจ้าหน้าที่ไม่วางเงินต่อศาลตามประกาศคณะปฏิวัติฯ ข้อ 67 จำเลยต้องเสียดอกเบี้ย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่เข้าครอบครองที่ดินจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าหน้าที่เสนอราคาต่ำ โจทก์เห็นว่าไม่เป็นธรรมไม่ยอมรับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่นำเงินวางศาล ศาลจึงให้เสียดอกเบี้ยนับแต่วันเข้าครอบครอง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2532นางกันทิมา สัมมานันท์โจทก์กรมทางหลวงจำเลย ป.พ.พ. , ม. 221, ม. 224 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 กำหนดเกี่ยวกับการชำระค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินกรณีเจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยเสนอไว้ว่าให้นำเงินไปวางต่อศาล เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยมิได้นำเงินดังกล่าวไปวางต่อศาล และการที่เจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เสนอก็เพราะเห็นว่าเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมอันเป็นมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้ซึ่งถือไม่ได้ว่าเจ้าของที่ดินตกเป็นผู้ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ดังนั้น จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในต้นเงินค่าทดแทนแก่โจทก์ นับแต่วันที่เข้าครอบครองที่ดินของโจทก์ ตามมาตรา 224โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสร้างทางหลวงสายสะพานข้ามแม่น้ำปิงผ่านที่ดินของโจทก์ ๒ ไร่ ๑๐ ตารางวา ได้กำหนดจะชดใช้ราคาที่ดินให้โจทก์ไร่ละ ๑๙๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรม เพราะที่ดินของโจทก์มีถนนผ่านอยู่แล้ว อยู่ใกล้เคียงย่านการค้า มีตลาดและชุมชนหนาแน่น มีราคาไร่ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์เรียกร้องให้ชำระตามราคาดังกล่าว แต่จำเลยก็ยืนยันจะให้ตามราคาที่กำหนดซึ่งไม่ใช่ราคาที่เป็นธรรม ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๘๑๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่๑ มกราคม ๒๕๒๑ อันเป็นวันที่จำเลยเข้าครอบครองที่ดินของโจทก์เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓๘๔,๗๕๐ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๑ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จ