ข้อจำกัดการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเพียงเล็กน้อย
เมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเพียงเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248
ยกคำขอในส่วนที่ขอให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย คงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และลดค่าเสียหายเหลือเดือนละ 500 บาท คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดี การแก้ไขเป็นเพียงเล็กน้อย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2532วัดบวรนิเวศวิหาร กับพวกโจทก์นายฉันท์ เจริญศิริกุลจำเลย ป.วิ.พ. โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับอีกเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเพียงเดือนละ 500 บาท คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดี จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองบ้านเลขที่ ๓๓๕ ได้สร้างหลังคาและรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑ ของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งมีตึกแถวเลขที่ ๑๘๒ ปลูกอยู่ และโจทก์ที่ ๒เป็นผู้เช่า ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้ออาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและชำระค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท กับเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อออกไป จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นเพียงผู้เช่า ไม่มีอำนาจฟ้องเจ้าของตึกแถวเลขที่ ๓๓๕ เดิมเป็นผู้ก่อสร้างรุกล้ำโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าอาวาสคนก่อน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนส่วนที่บุกรุกออกไปจากที่ดินของโจทก์ที่ ๑ ถ้าไม่รื้อ ให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาทถึงวันฟ้อง และเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าจะรื้อเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ ห้ามจำเลยและบริวารบุ