การเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่สาธารณประโยชน์โดยอาศัยอำนาจ ปท. ม.61 เป็นการละเมิดหรือไม่
การใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อสงวนและรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อประโยชน์สาธารณะ มิใช่การใช้สิทธิก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จึงไม่เป็นการละเมิด
พิพากษายืน ยกฟ้องโจทก์
กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่สาธารณประโยชน์โดยสุจริต โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ส่งสำเนาช้าเพราะความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ศาล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3382/2532นายลออง วงษ์สันต์โจทก์กรมที่ดินจำเลย ป.พ.พ. , ม. 421 ป.วิ.พ. , ม. 90 ป.ที่ดิน การที่จำเลยใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 มีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินซึ่งออกทับที่สาธารณประโยชน์นั้น เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อจุดประสงค์ในการสงวนและรักษาไว้ซึ่งสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยส่วนรวมหาใช่เป็นการใช้สิทธิอันมีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นไม่จำเลยจึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดดังกล่าว เอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลเพื่อส่งสำเนาให้แก่โจทก์ เป็นพยานที่เกี่ยวกับประเด็นอันสำคัญในคดี แม้จะยังมิได้ส่งสำเนาให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน เพราะความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ศาล แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๙๑๕ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ ๑ ไร่เศษ ราคา๑,๐๙๗,๕๐๐ บาท จำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน๑,๐๙๗,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ในการออกโฉนดฉบับพิพาทจำเลยได้ปฏิบัติตามระเบียบราชการอันถือได้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแล้ว ต่อมาจำเลยทราบว่าที่ดินตามโฉนดฉบับพิพาทตั้งอยู่ในที่สาธารณประโยชน์อันเป็นที่ราษฎรใช้ร่วมกัน จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผลปรากฏว่าการออกโฉนดฉบับพิพาททับที่สาธารณประโยชน์ การออกโฉนดดังกล่าวจึงไม่ชอบ อธิบดีกรมที่ดินอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดฉบับพิพาทซึ่งเป็นคำสั่งที่ชอ