หน้าที่ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์และผลเมื่อศาลชั้นต้นไม่ส่งให้จำเลยก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษา
ศาลมีหน้าที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยโดยตรง โจทก์ไม่ต้องวางเงินค่าส่ง หากศาลชั้นต้นไม่ส่ง การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ขัด ม.200 แต่ศาลฎีกาอาจวินิจฉัยแทนได้
พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่และสั่งใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย โจทก์ไม่มาศาลเพราะดูแลภรรยาและงานศพ ทนายถอนตัว ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอพิจารณาใหม่โดยไม่ไต่สวน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3603/2532นายกิตติ ปิตรังสีโจทก์นางสว่างศรี กาญจนกามลจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 166, ม. 181, ม. 200, ม. 201 ป.วิ.พ. ม. 70 วรรคสอง, ม. 243 (2)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 กำหนดให้ศาลส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง ดังนี้เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์จึงเป็นหน้าที่ของศาลที่จะส่งสำเนาให้จำเลยโดยตรง โจทก์ไม่จำต้องวางเงินค่าส่งสำเนาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษาการพิจารณาพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงขัดต่อบทบัญญัติมาตรา200 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยชัดแจ้ง แต่เนื่องจากระยะเวลาที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนได้ล่วงเลยมาจนศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 181 กำหนดให้นำบทบัญญัติในมาตรา 139 และ 166 มาบังคับแก่การพิจารณาโดยอนุโลมดังนั้นศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะยกมาตรา 166 ดังกล่าวมาปรับแก่คดีในชั้นพิจารณาได้ โจทก์อ้างว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์ ตัวโจทก์อยู่ที่จังหวัด สกลนคร เพื่อจัดการงานศพของมารดาภรรยาโจทก์ และต้องดูแลอาการป่วยของภรรยาโจทก์ กับโจทก์เข้าใจว่าในวันนัดดังกล่าวทนายโจทก์จะสืบพยานคนอื่นก่อน ส่วนโจทก์จะเข้าสืบในวันนัดภายหลัง โจทก์มิได้จงใจที่จะไม่มาศาลตามกำหนดนัด และโจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าทนายโจทก์ขอถอนตัวออกจากเป็นทนายให้โจทก์ กรณีดังกล่าวหากเป็นความจริงตามคำร้อง ของ โจทก์ก็ถือว่าโจทก์ได้แสดงให้ศาลเห็นได้ว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นด่วนวินิจฉัยสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียโดยไม่ไต่สวนนั้นเป็นการไม่ชอบโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๓๔, ๙๑ ศาลชั้นต