ศาลชั้นต้นไม่รับพยานเพิ่มเติมของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย โดยไม่เปิดโอกาสให้สืบพยานจนได้ความจริงตาม ม.14 พ.ร.บ.ล้มละเลย
ศาลต้องพิจารณาหาความจริงตาม ม.9/10 ให้ครบถ้วน หากลูกหนี้ขอพยานเพิ่มเพื่อพิสูจน์ว่าอาจชำระหนี้ได้หรือมีเหตุอื่น ศาลต้องรับฟังเพื่อไม่ให้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ขาดความชอบธรรม
พิพากษายืน ศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีพยานเพิ่มเติมของจำเลยและสืบพยานใหม่ โดยยกคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นรวบรัดฟังพยานโจทก์ว่าลูกหนี้ล้มละลายและสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดยไม่รับบัญชีพยานเพิ่มเติมของจำเลย ซึ่งจำเลยอ้างว่าอาจเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์และอาจชำระหนี้ได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3606/2532นายชูศักดิ์ ฉายะทรัพย์โจทก์นายอรุณ ธิติสันติคุณจำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 , ม. 14ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 การพิจารณาคดีล้มละลายตามคำฟ้องของเจ้าหนี้ ศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริงให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้ความจริงหรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมด หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง การที่จำเลยยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว แต่ศาลชั้นต้นรวบรัดฟังคำพยานโจทก์ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด โดยไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยเพื่อให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบ จึงไม่เพียงพอต่อการพิจารณาเอาความจริงตามมาตรา 14 ดังกล่าว กรณีมีเหตุสมควรให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมและดำเนินการสืบพยานจำเลยต่อไปก่อนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าสินค้าโจทก์จำนวน ๒๘๔,๖๑๒ บาทโจทก์ทวงถามเป็นหนังสือ ๒ ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้และได้ขนย้ายทรัพย์สิน ปิดสถานที่ประกอบธุรกิจหลบหนีจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า ไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยไม่ได้เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วมีคำสั่งกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๙ ครั้นถึงกำหนดวันนัดดังกล่าว จำเลยยื่นคำแถลงขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า สำเนาให้โจทก์ สอบโจทก์ ทนายโจทก์แถลงว่า โจทก์ไ