ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532

ประเด็นกฎหมาย

คำร้องคืนของกลางที่ศาลยกเพราะบรรยายไม่ชอบด้วย ป.อาญา ม.36 ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นความเป็นสินสมรส สิทธิยังระงับไม่

หลักกฎหมาย

คำร้องที่ศาลยกเพราะบรรยายไม่ถูกต้องตาม ป.อาญา ม.36 โดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นความเป็นสินสมรสหรือรู้เห็นเป็นใจ สิทธิในการยื่นคำร้องยังมิได้ระงับไป สามารถยื่นคำร้องใหม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกคำร้องของผู้ร้องในคดีก่อน แต่เนื่องจากคำร้องก่อนยังมิได้วินิจฉัยประเด็นความเป็นสินสมรสและรู้เห็นเป็นใจ สิทธิในการยื่นคำร้องยังมิได้ระงับไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางโดยอ้างเป็นเจ้าของแต่เดียว ศาลยกคำร้องเพราะไม่ชอบด้วย ป.อาญา ม.36 โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่ารถยนต์เป็นสินสมรสหรือผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางสุรีย์พร เกียรติธรรมรัชผู้ร้องนายสมเกียรติ เกียรติธรรมรัช กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 33, ม. 36 ป.วิ.อ. , ม. 39 (4) ป.วิ.พ. ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบไว้แก่ผู้ร้องครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องเพราะผู้ร้องบรรยายคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 โดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีที่ว่ารถยนต์ของกลางเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่สิทธิยื่นคำร้อง ของ ผู้ร้องจึงยังไม่ระงับไปกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ กับพวกในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และสั่งริบรถยนต์ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในรถยนต์ของกลางและรู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยกระทำความผิด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่ารถยนต์ของกลางเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสามีภริยากัน ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งคืนไม่ได้ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนส่วนกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางครึ่งหนึ่งให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องและโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียว จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เป็นคำร้องที