ศาลชั้นต้นตัดพยานจำเลยเมื่อไม่มาศาลโดยไม่มีใบรับรองแพทย์และพฤติการณ์แสดงถึงการประวิงคดี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เมื่อศาลกำหนดวันสืบพยานและจำเลยไม่มาโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ที่น่าเชื่อถือ และพฤติการณ์อื่นแสดงว่าจำเลยประวิงคดี ศาลมีอำนาจไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและตัดพยานได้
พิพากษายืน
จำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยานนัดแรกโดยอ้างป่วยแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์ พยานอีกคนไม่จำเป็นต่อคดี และพฤติการณ์อื่นแสดงว่าจำเลยประวิงคดี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2532บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกเครดิต จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิชิตชัยบราเดอร์ส กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 86, ม. 99ในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกซึ่งศาลให้จำเลยนำพยานมาสืบให้เสร็จจำเลยไม่มีพยานมาศาลเลย การที่ทนายจำเลยอ้างว่าจำเลยป่วยก็ไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงให้น่าเชื่อ ที่ทนายจำเลยจะนำสืบพยานจำเลยปากหนึ่งในข้อที่ว่าดอกเบี้ยมีการลดลงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่จำเป็นแก่คดี เพราะโจทก์ได้นำสืบไว้แล้วทั้งทนายจำเลยน่าจะออกหมายเรียกพยานปากนี้มาเบิกความ แต่ก็มิได้ดำเนินการพยานจำเลยอีกคนหนึ่งก็ได้ความว่าเป็นเลขานุการของจำเลยเองซึ่งทนายจำเลยน่าจะนำมาเบิกความในวันนัดได้ และที่ทนายจำเลยขอให้ศาลชั้นต้นส่งลายมือชื่อของจำเลยไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์นั้น ศาลชั้นต้นก็เห็นว่าไม่เป็นการจำเป็นจึงไม่อนุญาตตามพฤติการณ์ดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยประวิงคดี คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนสืบพยานจำเลยไปและให้ตัดพยานจำเลยโดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบจึงชอบด้วยรูปคดีแล้วโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำนวน ๔๑๓,๔๗๙ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เคยลงลายมือชื่อและประทับตราในเช็คพิพาท จำเลยที่ ๒ ไม่เคยลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาท โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๐ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ ร่วมชำระเงิน ๓๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั