การนำสำนวนคดีอื่นมาผูกติดในคดีแรงงานไม่ทำให้คำพิพากษาคดีก่อนหน้าผูกพันคดีปัจจุบัน หากคู่ความไม่ตกลงยอมรับผลคำพิพากษา
การนำสำนวนคดีอื่นมาผูกติดเป็นเพียงการนำถ้อยคำสำนวนมาใช้เป็นพยานเอกสาร ไม่มีบทกฎหมายกำหนดว่าศาลต้องถือตามคำพิพากษาคดีก่อนหน้า หากคู่ความไม่ตกลงยอมรับผลคำพิพากษา
ยกอุทธรณ์ของโจทก์
โจทก์ยื่นคำร้องขอผูกติดสำนวนคดีแพ่งอื่น ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งผูกติด แต่คู่ความไม่ยอมรับผลคำพิพากษาคดีก่อนหน้า โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงเรื่องการขาดทุน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3651 - 3654/2532นายลัพย์ ดุริยะรักษ์ กับพวกโจทก์บริษัทกู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 , ม. 54โจทก์ยื่นคำร้องขอให้นำสำนวนคดีอื่นซึ่งได้อ้างเป็นพยานไว้แล้วมาผูกติดกับคดีนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า "นำสำนวนคดีดังกล่าวมาผูกติดกับคดีนี้" แต่คู่ความมิได้ยอมรับกันว่าให้ศาลพิพากษาคดีโดยถือตามผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าว คำร้อง ของ โจทก์จึงมีความหมายเพียงว่า โจทก์ขออ้างถ้อยคำสำนวนตามที่ระบุในคำร้องในฐานะที่เป็นพยานเอกสารในคดีอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิเคราะห์พยานบุคคลของโจทก์จำเลยประกอบพยานเอกสารที่โจทก์อ้างแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยประสบการขาดทุน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพื่อลดค่าใช้จ่าย อุทธรณ์ของโจทก์ที่โต้เถียงว่า จำเลยมิได้ประสบการขาดทุน ยังสามารถจ้าง โจทก์ทั้งสี่ได้ จึงเป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดว่า ศาลในส่วนแพ่งที่พิพากษาในคดีหลังจำต้องถือตามคำพิพากษาในคดีแพ่งที่ได้พิพากษาไปก่อนแล้วโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยให้มีผลนับแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ซึ่งเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่เพื่อลดค่าใช้จ่ายจึงมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎี