การแก้ไขวันที่สั่งจ่ายเช็คโดยผู้รับมอบอำนาจมิได้ทำให้เช็คเสีย หากผู้สั่งจ่ายมิได้ยินยอม
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญของเช็คโดยผู้สั่งจ่ายมิได้เป็นผู้แก้ไขและมิได้ยินยอม ทำให้เช็คเสียตาม ป.พ.พ. มาตรา 1007 วรรคหนึ่ง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
มีผู้ประทับตราวันที่ใหม่แทนวันที่เดิมโดยผู้สั่งจ่ายมิได้เป็นผู้กระทำและมิได้เซ็นกำกับหรือยินยอม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2532นายสุเมธ เดียวสุรินทร์โจทก์นางสาววรรณี บุญนาคจำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทลงวันที่ 30 ธันวาคม 2528 ต่อมามีผู้ประทับตราลงวันที่ 17 มีนาคม 2530 ในบรรทัดถัดลงมาโดยจำเลยมิได้เป็นผู้ประทับตราวันเดือนปีซึ่งมุ่งหมายจะให้เป็นวันสั่งจ่ายครั้งใหม่ จึงถือได้ว่ามีผู้แก้ไขวันที่สั่งจ่ายใหม่อันเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญของเช็คโดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยเช็คนั้นจึงเสียไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1007วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุก๓ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าในเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.๑ได้ลงวันที่สั่งจ่ายไว้ ๒ ครั้ง ครั้งแรกลงวันที่ ๓๐ ธ.ค. ๒๘ตรงเลข ๐ (ศูนย์) มีรอยหมึกเขียนทับหนากว่าตัวเขียนอื่น และมีชื่อจำเลยเซ็นกำกับไว้ข้างหน้า ส่วนบรรทัดถัดลงมาเป็นตราประทับลงวันที่ ๑๗ มี.ค. ๒๕๓๐ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๑๗มีนาคม ๒๕๓๐ โดยให้เหตุผลว่า "ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ และให้ผู้สั่งจ่ายลงนามเต็มกำกับการแก้ไข"โจทก์เบิกความว่าวันที่สั่งจ่ายครั้งแรก จำเลยมิได้ลงชื่อกำกับได้พิจารณาเช็คดังกล่าวแล้ว มีชื่อจำเลยเซ็นกำกับไว้ข้างหน้าวันที่สั่งจ่ายครั้งแรกเท่า