ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3774/2532

ประเด็นกฎหมาย

การนำเงินที่ตนเองขายข้าวได้แต่ฝากไว้กับภรรยาไปจากหีบบิดา โดยเข้าใจว่าเป็นสิทธิของตน ขาดเจตนาทุจริตหรือไม่

หลักกฎหมาย

การลักทรัพย์ต้องมีเจตนาทุจริต หากจำเลยเข้าใจว่าเป็นเงินของตนและมีสิทธิเอาไปได้ ย่อมขาดเจตนาทุจริต จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยอยู่กินกับบุตรผู้เสียหาย但未จดทะเบียน นำเงินที่ตนเองขายข้าวได้แต่ภรรยาฝากไว้ในหีบบิดาไป โดยเข้าใจว่าเป็นเงินของตน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3774/2532พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายวิวัฒน์หรือเตี้ย พันธุรัตน์จำเลย ป.อ. , ม. 334, ม. 335จำเลยเป็นสามีของ ส. บุตรของผู้เสียหายโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยและ ส. ทำนาขายข้าวได้เงิน 7,500 บาท ส.นำเงินดังกล่าวใส่ไว้ในกระเป๋าถือฝากเก็บไว้ในหีบของผู้เสียหายเช่นนี้ การที่จำเลยไขกุญแจเปิดหีบของผู้เสียหายแล้วเอาเงินดังกล่าวไปโดยเข้าใจว่าเป็นเงินของจำเลย จำเลยมีสิทธิเอาไปได้จึงเป็นการกระทำที่ขาดเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปในบ้านที่อยู่อาศัยของนายปรีชาชื่นโพธิ์ ผู้เสียหายแล้วลักทรัพย์เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ของผู้เสียหายและเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ของนางสายชู ชื่นโพธิ์ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และคืนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๒ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นสามีของนางสายชู ชื่นโพธิ์บุตรของผู้เสียหาย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ได้อยู่กินด้วยกันที่บ้านของผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุ ๑ ปีเศษ ในวันเกิดเหตุจำเลยทะเลาะกับนางสายชูแล้วถูกผู้เสียหายด่าและขับไล่ จำเลยจึงไขกุญแจหีบใส่เงินในห้องเก็บของเอาเงิน ๗,๕๐๐ บาทในหีบไป แล้วจำเลยกลับไปอยู่บ้านบิดามารดาของจำเลยโดยไม่กลับมาอยู่กินกับนางสายชูอีก เงินจำนวน ๗,๕๐๐ บาทที่จำเลยไขกุญแจหีบหยิบเอาไปนี้เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการขายข้าวเปลือกครั้งที่ ๑ แล้วมอบให้นางสายชูภรรยาเก็บไว้ นางสายชูนำเงินจำนวน ๗,๕๐๐ บาทไปฝากเก็บไว้ในหีบขอ