ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3967/2532

ประเด็นกฎหมาย

ผลทางกฎหมายเมื่อผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีล้มละเลยต่อโดยไม่มีอำนาจ

หลักกฎหมาย

เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าว่าคดีแทนผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว การที่ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินคดีเองทำให้คำสั่งและคำพิพากษาไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ล้มละลาย

คำวินิจฉัย

ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแทน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดในคดีล้มละลายอื่น โจทก์ยังคงดำเนินคดีล้มละเลยต่อในฐานะโจทก์ในคดีปัจจุบันจนเสร็จชั้นอุทธรณ์ โดยไม่มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดี

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3967/2532นางฉวีวรรณ เรืองเทพรัชต์โจทก์นางอำพัน ร้ายใจบุญ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 249, ม. 247 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 , ม. 25ระหว่างที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายในศาลชั้นต้น ล.ได้ฟ้องโจทก์ขอให้เป็นบุคคลล้มละลายและศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดในคดีดังกล่าวดังนี้นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจเข้าว่าคดีแทนโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาหรือว่าคดีที่ตนเป็นโจทก์อีกต่อไป แต่โจทก์กลับดำเนินกระบวนพิจารณาและว่าคดีที่ตนเป็นโจทก์ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตลอดมาจนกระทั่งเสร็จสิ้นในชั้นอุทธรณ์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ในชั้นฎีกากรณีถือได้ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22, 25 ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาและว่าคดีหลังถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำนวนหนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ที่มีจำนวนไม่แน่นอนจำเลยทั้งสองมีรายได้และทรัพย์สินพอชำระหนี้ให้โจทก์ได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสอง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย