การปลูกสร้างอาคารบนที่ดินเช่าโดยให้ผู้อื่น出资ก่อสร้างและเก็บค่าก่อสร้างเอง เป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่
อาคารที่ปลูกสร้างบนที่ดินเช่าโดยสัญญาต้องรื้อถอนเมื่อสัญญาสิ้นสุด เป็นทรัพย์ติดกับที่ดินชั่วคราว กรรมสิทธิ์ตกแก่ผู้เช่า จึงเป็นประโยชน์อย่างอื่นจากการให้เช่าทรัพย์สิน ต้องเสียภาษีเงินได้ตาม ม.40(5)(ก)
ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ทั้งหมด
โจทก์ที่ 1 เช่าที่ดิน มีสิทธิปลูกสร้างแต่ต้องรื้อถอนเมื่อสัญญาสิ้นสุด ให้ผู้อื่น出资สร้างตึกแถวและเก็บค่าก่อสร้างเอง อาคารจึงเป็นทรัพย์ติดกับที่ดินชั่วคราว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3968/2532นายมาโนชญ์ ธีรอัครวิภาส กับพวกโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.พ.พ. , ม. 109 ป.รัษฎากร โจทก์ที่ 1 เช่าที่ดินจาก น. โดยมีข้อสัญญาระบุว่า โจทก์ที่ 1 มีสิทธิปลูกสร้างอาคารลงในที่ดิน เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงโจทก์ที่ 1 ต้องรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างออกไป ดังนั้นการที่โจทก์ที่ 1 ให้ ด. ปลูกตึกแถวลงในที่ดินเพื่อให้คนเช่า โดยให้ ด. ออกเงินค่าก่อสร้างเอง และ ด. มีสิทธิเรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้เช่าแต่ผู้เดียว ตึกแถวดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่ติดกับที่ดินเพียงชั่วคราวมิใช่ส่วนควบของที่ดิน กรรมสิทธิ์ในตึกแถวดังกล่าวย่อมตกได้แก่โจทก์ที่ 1 และถือว่าเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่โจทก์ที่ 1 ได้รับเนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) (ก) จึงต้องนำตึกแถวดังกล่าวมาคำนวณมูลค่าถือเป็นเงินได้พึงประเมินในการเสียภาษีเงินได้ของโจทก์ที่ 1 ด้วยโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เป็นสามีภรรยากันโจทก์ที่ ๑ ได้เช่าที่ดินบริเวณถนนสุนทรโกษา เนื้อที่ ๗ ไร่๑๑ ตารางวา และปลูกสร้างตึกแถวขึ้นที่ดินส่วนที่เหลือปลูกเป็นแผงลอย แล้วนำตึกแถวและแผงลอยออกให้เช่า โจทก์ที่ ๑ ได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินไว้ที่เขตพระโขนง แสดงว่าโจทก์ที่ ๑ ได้รับค่าเช่า แต่จากการตรวจแบบแสดงรายการเสียภาษีประจำปีของโจทก์ทั้งสองพบว่าโจทก์ทั้งสองไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีโดยแสดงเงินได้ที่ได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐(๕) รวมไว้ด้วยเลย คงแสดงเงินได้เฉพาะเงินได้ซึ่งเป็นเงินเดือนและเงินปันผลเท่านั้น การประเมินของเจ้าพนักงาน