คำพิพากษายกฟ้องคดีอาญาเพราะพยานไม่พอ ไม่ถือเป็น res judicata ห้ามโจทก์คดีแพ่งนำสืบว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุละเมิด
คำพิพากษายกฟ้องคดีอาญาเพราะพยานไม่พอฟังลงโทษ มิใช่การชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด จึงไม่ผูกพันศาลแพ่งให้ปฏิเสธว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุ โจทก์คดีแพ่งจึงมีสิทธินำสืบพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุละเมิดได้
พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมค่าทนายความชั้นฎีกา
คดีอาญาถูกยกฟ้องเพราะไม่มีพยานยืนยันจำเลยเป็นคนขับ แต่ในคดีแพ่ง ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานใหม่และพบว่าจำเลยเป็นคนขับจริง โดยคำพิพากษาคดีอาญาไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้ขับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3970/2532นายสิทธิชัย ทรัพย์เย็น กับพวกโจทก์นางสุภา ฮาหวังจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.อ. จำเลยเคยถูกอัยการฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ศาลแขวงวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ คงมีเพียงบางปากยืนยันว่าผู้ขับรถเป็นหญิง แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นจำเลย จำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ดังนี้ถือว่าศาลในคดีอาญาไม่ได้ชี้ขาดว่าจำเลยไม่ได้เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ เมื่อผู้เสียหายในคดีอาญาดังกล่าวเป็นโจทก์ฟ้องทางแพ่งเป็นคดีนี้เรียกค่าเสียหายฐานละเมิดจากจำเลย โจทก์จึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนขับรถคันเกิดเหตุโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อตัดหน้ารถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้รถของโจทก์ชนรถของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้เป็นคนขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุ เหตุเกิดขึ้นเพราะโจทก์ขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อขอให้ยกฟ้อง และบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย โจทก์ไม่ให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และฟ้องแย้ง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๑จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และโจทก์ที่ ๒ จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุ โจทก์ที่ ๑ ขับร