การที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลต้องพิพากษาชี้ขาดหรือไม่
หากโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป กระบวนพิจารณาสิ้นสุด ถือว่าจำเลยตั้งใจให้ศาลพิพากษาชี้ขาด
ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดตามรูปคดี
วันสืบพยานโจทก์ไม่มาและมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดี แต่จำเลยที่ 1 แถลงไม่ติดใจสืบพยาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3981/2532บริษัทเงินทุนพรประภา จำกัดโจทก์นายบัญญัติ พิมานรัตน์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 187, ม. 201ในวันนัดสืบพยานซึ่งโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน เมื่อโจทก์ไม่นำพยานมาสืบในวันนัด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาซึ่งศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีเสียก็ได้ เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน แม้มิได้แถลงให้ชัดแจ้งว่าจำเลยตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แต่กรณีโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใดต่อไปอีก และกระบวนพิจารณาเป็นอันสิ้นสุด ดังนี้ คำแถลงของจำเลยดังกล่าวจึงถือได้ว่าจำเลยตั้งใจให้ศาลทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปแล้วคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำนวนค่าเสียหายไม่เป็นไปตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันสืบพยาน โจทก์ไม่มาศาลและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลให้ทราบ ศาลชั้นต้นจึงถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าวันนัดสืบพยาน โจทก์และพยานไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ทนายจำเลยที่ ๑ แถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ ต้องพิพากษาชี้ขาดไปตามรูปคดีนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๑ บัญญัติว่า "ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้ว โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากส