การแบ่งรับผิดค่าเสียหายเมื่อคู่กรณีภายนอกและจำเลยประมาทร่วมกัน โดยผู้ตายไม่ถูกฟ้องร่วมรับผิด
หากผู้ตายและจำเลยประมาทร่วมกันแต่ผู้ตายไม่ถูกฟ้อง โจทก์ภายนอกฟ้องจำเลยได้เพียงกึ่งหนึ่ง หนี้ร่วมเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกชำระได้
แก้คำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 75,000 บาท และยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และ 3
รถชนกันโดยประมาทร่วมกัน ผู้ตายไม่ถูกฟ้อง โจทก์เป็นบุคคลภายนอก จำเลยเป็นลูกจ้างและนายจ้างพร้อมบริษัทประกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011 - 4012/2532นายจิระ มังคลรังษี กับพวกโจทก์บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ป.พ.พ. , ม. 442จำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และรถคันที่จำเลยที่ 3 ขับได้ประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 3 กับผู้ตายขับรถชนกันโดยประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยทั้งสามกับผู้ตายจะต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 เจ้าของรถคันที่ผู้ตายขับซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเท่ากันแต่โจทก์ที่ 1 ไม่ได้ฟ้องผู้ตายให้ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายด้วยจำเลยทั้งสามก็ควรจะรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เพียงกึ่งหนึ่ง และเนื่องจากหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกชำระได้แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่อุทธรณ์ฎีกาก็ให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245(1) ความรับผิดระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ที่ 2 ภริยาของผู้ตาย โจทก์ที่ 3 บุตรของผู้ตายจึงต้องเป็นพับ กันไปคดีทั้งสามสำนวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาและพิพากษา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๒ จำเลยที่ ๑ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น.ฐ. ๒๖๖๑๕ ซึ่งจำเลยที่ ๑ รับประกันภัยไว้ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ไปตามถนนเพชรเกษมด้วยความประมาท เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๙๙-๑๐๐ ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เป็นถนนทางโค้งมีทางรถไฟตัดผ่านกับถนนเพชรเกษมมีเครื่องกั้นและเครื่องให้สัญญาณปิดกั้นอยู่และรถไฟกำลังแล่นผ่าน พนักงานรถไฟได้ให้สัญญาณไฟและเสียง และนำแผงปิดกั้นรถยนต์ลงเพื่อกั้นมิให้รถยนต์แล่นผ่าน จำเลยที่ ๓ เห็นสัญญาณดังกล่าวแล้วไม่ได้ชะลอหรือหยุดรถเพื่อรอให้รถไฟแล่นผ่านไปก่อน ขับรถยนต์ด้วยความเร็วฉวัด