การฟ้องคดีใหม่โดยอ้างว่าโฉนดทับที่ดินผู้อื่น ทั้งที่คดีก่อนหน้ามีการประนีประนอมยอมความยอมรับแนวเขตแล้ว ถือเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่
หากประเด็นในคดีหลังอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีแรกซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ย่อมถือเป็นการฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคแรก
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแรก
คดีแรกโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมรับแนวเขตที่ดินไม่รุกล้ำ ต่อมาโจทก์ฟ้องใหม่ alleging โฉนดทับที่ดิน โดยอาศัยข้อเท็จจริงและประเด็นเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4014/2532วัดแหลมโจทก์นางสนม มีวัฒนะ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยทำกันไว้ในคดีแรกยอมรับกันว่าที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของจำเลยทางด้านทิศใต้ เช่นนี้เท่ากับโจทก์ยอมรับแล้วว่าแนวเขตที่ดินของจำเลยถูกต้องมิได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ เมื่อคดีแรกได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความถึงที่สุดไปแล้ว การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยอีกโดยกล่าวอ้างว่า โฉนดที่ดินจำเลยด้านทิศใต้ออกทับที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือ ประเด็นในคดีแรกกับประเด็นในคดีหลังจึงเป็นประเด็นที่วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์ในคดีหลังจึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแรกโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของจำเลยได้มีการแบ่งแยกและออกโฉนดไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้โฉนดที่ดินของจำเลยทางด้านทิศใต้ออกทับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือบางส่วน ขอให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินให้เจ้าพนักงานที่ดินแก้ไขให้ถูกต้อง และมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป จำเลยให้การว่า การรังวัดแบ่งแยกออกโฉนดที่ดินของจำเลยถูกต้อง มิได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๓๐๘/๒๕๒๐ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแรกหรือไม่ เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำกันไว้ ในคดีแรกประกอบแผนที่วิวาทแล้วโจทก์และจำเลยทั้งสองยอมรับกันไว้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความว่าแนวเขตที่ดินโจทก์ด้านทิศเหนือซึ่งอยู่ติดกับที่ดินจำเลยทั้งสองด้านทิศใต้