การแจ้งข้อหาตาม ป.วิ.อ. ม.134 จำเป็นต้องแจ้งทุกกระทงหรือไม่ หากสอบสวนพบความผิดอื่น โจทก์ฟ้องได้หรือไม่
การแจ้งข้อหาตาม ม.134 ไม่จำเป็นต้องแจ้งทุกกระทง หากสอบสวนพบความผิดฐานอื่น ก็ถือเป็นการสอบสวนตาม ม.120 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกและปรับ โดยรอการลงโทษจำคุก ส่วนอื่นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยถูกแจ้งข้อหาหนึ่ง แต่สอบสวนพบความผิดฐานอื่น (ม.136, 138) และให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีอำนาจลงโทษได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4022/2532พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์นายจำนงค์ ฉลวยศรีจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 134การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 นั้น หาได้หมายความว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดข้อหาอื่นด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดข้อหาหลังตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องข้อหาหลังโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖, ๑๓๘ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ นั้น หาได้หมายความว่า พนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งข้อหาทุกกระทงความผิดไม่ แม้เดิมตั้งข้อหาหนึ่ง แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าการกระทำจำเลยเป็นความผิดฐานอื่นด้วย เช่นในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญมาตรา ๑๓๘ ด้วย ก็เรียกว่าได้มีการสอบสวนในความผิดข้อหาที่สองตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐ แล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาฐานนี้ด้วย ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยได้ แต่เห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกและปรับ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.(อากาศ บำรุงชีพ-ถวิล ทองสว่างรัตน์-พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ)ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางมงคล หวลถนอมศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคด