การถอยหนีลงบันไดแล้วถูกยิงกลับ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
การถอยหนีไม่ถือเป็นการสมัครวิวาท การถูกยิงขณะถอยหนีเป็นภยันตรายใกล้ถึง การใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้แล้วหนีไปเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
พิพากษายืน ยกฟ้อง จำเลยไม่มีความผิด
โจทก์ร่วมชกจำเลย จำเลยถีบตอบแล้วถอยหนีลงบันได โจทก์ร่วมยิงจำเลยไม่ถูก จำเลยจึงยิงโจทก์ร่วมแล้วหนีไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4026/2532พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์สิบตำรวจโทอธิปพัฒน์ บัวทองโจทก์ร่วมพลตำรวจสมัครสมนึก วิโสรัมย์จำเลย ป.อ. , ม. 69โจทก์ร่วมได้ชกจำเลย 1 ที จำเลยจึงใช้เท้าถีบโจทก์ร่วม 1 ทีแล้วเดินถอยหลังลงบันได โจทก์ร่วมได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลย 1 นัดไม่ถูก จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 1 นัด และลงบันไดหนีไปดังนี้ การที่โจทก์ร่วมชกจำเลย จำเลยใช้เท้าถีบโจทก์ร่วม แล้วถอยหลังลงบันไดไปนั้น ไม่เป็นการสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับโจทก์ร่วมเมื่อจำเลยถอยหนีลงบันได โจทก์ร่วมใช้อาวุธปืนยิงจำเลยอีกจึงเป็นการประทุษร้ายต่อจำเลยโดยละเมิดต่อกฎหมาย และโจทก์ร่วมสามารถใช้อาวุธปืนยิงจำเลยได้ตลอดเวลา ถือได้ว่าเป็นภยันตรายใกล้จะถึง จำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมไป 1 นัด แล้วลงบันไดหนีไปเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตนเองพอสมควรแก่เหตุ จำเลยไม่มีความผิดโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา สิบตำรวจโทอธิปพัฒน์ บัวทอง ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ส่วนของกลางนั้นฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้และมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา โดยรองอธิบดีปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมอัยการเห็นว่า รูปคดีมีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง อธิบดีกรมอัยการจึงขอรับรองฎีกาของโจทก์ร่วมเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ร่วมได้ชกจำเลย๑ ที จำเลยจึงใช้เท้าถีบโจทก์ร่วม ๑ ที แล้วเดินถอยหลังลงบันไดโจทก์ร่วมได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลย ๑ นัด ไม่ถูก