ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4089/2532

ประเด็นกฎหมาย

สับปะรดเป็นไม้ยืนต้นหรือไม่ และคณะอนุกรรมการเวนคืนมีอำนาจผูกพันรัฐหรือไม่

หลักกฎหมาย

สับปะรดไม่ใช่ไม้ยืนต้นเพราะไม่มีเนื้อไม้เด่นชัด คณะอนุกรรมการเป็นตัวแทนคณะกรรมการเวนคืน การกระทำของอนุกรรมการจึงชอบด้วยกฎหมายและผูกพันรัฐ

คำวินิจฉัย

พิพากษายกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ปลูกสับปะรดก่อน พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดิน คณะอนุกรรมการทำบันทึกข้อตกลงค่าทดแทน แต่รัฐปฏิเสธจ่ายส่วนสับปะรดโดยอ้างไม่ใช่ไม้ยืนต้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4089/2532ร้อยโทพรหมมา ใจการุณย์โจทก์การท่าเรือแห่งประเทศไทย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 108, ม. 820 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 ม. 11 (4), ม. 18, ม. 22, ม. 25, ม. 26, พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอศรีราชา และอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ.2516 สับปะรดเป็นพืชถาวรจำพวกใบเลี้ยงเดี่ยว ที่มีอายุหลายปี ลำต้นสับปะรดไม่มีเนื้อไม้ให้เห็นเด่นชัด สับปะรดจึงไม่ใช่ไม้ยืนต้น นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของจำเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามมติคณะรัฐมนตรีเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชาและตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2521 คณะกรรมการเวนคืนดังกล่าวย่อมมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนให้ตกลงกันในเรื่องจำนวนค่าทดแทนตามมาตรา 18, 22, 25, 26 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะพิพาท เมื่อคณะกรรมการเวนคืนได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการเวนคืนแต่งตั้งย่อมเป็นตัวแทนของคณะกรรมการเวนคืนดังนั้นการกระทำของคณะอนุกรรมการดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายและข้อตกลงที่คณะอนุกรรมการได้กระทำไว้กับโจทก์จึงเป็นการกระทำแทนคณะกรรมการเวนคืนและเมื่อคณะกรรมการเวนคืนก็ได้เห็นชอบตามข้อตกลงดังกล่าว จึงย่อมมีผลใช้บังคับโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ที่ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอ