การพิจารณาเหตุสมควรตาม ม.56 ป.อาญา เมื่อผู้เสียหายก่อเหตุอนาจารบุตรจำเลยก่อน
หากผู้เสียหายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อน เช่น กอดปล้ำกระทำอนาจาร และจำเลยมีประวัติดีไม่เคยรับโทษจำคุก ศาลอาจมีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษได้
พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี
จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายเข้ามากอดปล้ำกระทำอนาจารบุตรสาวจำเลย โดยจำเลยมีประวัติดีและไม่เคยรับโทษจำคุก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4617/2532พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์นายเลิศ ช่างแต่งจำเลย ป.อ. จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเนื่องจากผู้เสียหายเข้ามากอดปล้ำกระทำอนาจารบุตรสาวจำเลย ถือได้ว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน จำเลยเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านกรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลและกรรมการศึกษาประจำโรงเรียน ทั้งไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงมีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๓ ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การกระทำของจำเลยก้ำเกินไปจนเป็นความผิดขึ้น แต่การที่จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายก็เนื่องจากผู้เสียหายก่อเหตุขึ้นก่อนโดยเข้ามากอดปล้ำกระทำอนาจารแก่เด็กหญิง ล. บุตรจำเลย ซึ่งจำเลยได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจไว้แล้ว และเมื่อพิเคราะห์ถึงคุณงามความดีที่จำเลยเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล กรรมการศึกษาประจำโรงเรียน ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงมีเหตุอันควรปรานี ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษไว้เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไปจึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.(พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ-อากาศ บำรุงชีพ-อุดม เฟื่องฟุ้ง)ศาลจังหวัดเชียงราย - นางสาวศุภลักษณ์ อัจฉรียเกียรติศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศา