การเลิกจ้างคณะกรรมการลูกจ้างเมื่อรัฐวิสาหกิจหยุดดำเนินกิจการตามมติ ครม. โดยไม่มีพระราชกฤษฎีกาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
การอนุญาตให้เลิกจ้างคณะกรรมการลูกจ้างพิจารณาที่ข้อเท็จจริงว่ามีการเลิกกิจการจริงหรือไม่ หากเลิกกิจการจริงและไม่มีเหตุจำเป็นที่จะจ้างต่อไป ศาลมีอำนาจอนุญาตให้เลิกจ้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการยุบเลิกกิจการ
พิพากษายืน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างคณะกรรมการลูกจ้างได้ โดยยกส่วนที่ขอให้มีการเลิกจ้างมีผลย้อนหลัง
รัฐวิสาหกิจหยุดดำเนินกิจการตามมติคณะรัฐมนตรีและอนุมัติรัฐมนตรี โดยไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลิกกิจการ แต่ได้เลิกจ้างคณะกรรมการลูกจ้างจริงและขออนุญาตศาล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 785/2532นายลพ พกเกษม กับพวก. ป.วิ.พ. พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องได้เลิกกิจการแล้วผู้ร้องจึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะจ้างผู้คัดค้านต่อไป กรณีมีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งหมดได้ ดังนี้ ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่ากิจการของผู้ร้องจะยุบเลิกหรือหยุดดำเนินกิจการได้ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้ยุบเลิกหรือหยุดดำเนินการออกใช้บังคับ จึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะวินิจฉัยเพราะการที่ผู้ร้องยุบเลิกกิจการหรือหยุดดำเนินการจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ผู้ร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านในคดีนี้ เมื่อได้ความว่าผู้ร้องได้เลิกกิจการแล้ว ผู้ร้องก็ชอบที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างได้.(ที่มา-ส่งเสริม)ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีพลเรือตรีประกอบ จันทศรี เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการมีอำนาจดำเนินการแทนผู้ร้องได้ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๑คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ผู้ร้องดำเนินกิจการจนถึงเดือนกันยายน ๒๕๓๑ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๑ ให้ผู้ร้องหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑ คณะกรรมการบริหารกิจการของผู้ร้องจึงมีมติให้พนักงาน ลูกจ้าง ของผู้ร้องทุกคนพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ และให้ได้รับเงินบำเหน็จ เงินชดเชย (น่าจะเป็นค่าชดเชย) ตามกฎหมายและได้เลิกจ้างลูกจ้างทุกคน ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑ เป็นต้นไปแต่เนื่องจากลูกจ้างตามบัญชีรายชื่อท้ายคำร้องเป็นคณะกรรมการลูกจ้าง การเลิกจ้างต้องขออนุญาตจากศาล ผู้ร้องจึงขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างลูกจ้างดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑ ด้