การฎีกาโต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ทำได้หรือไม่
อำนาจสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์เป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์ คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นที่สุด คู่ความจะฎีกาโต้แย้งมิได้
ศาลฎีกายกฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 เนื่องจากไม่รับวินิจฉัยคำฎีกาที่โต้แย้งคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องทุเลาการบังคับ
จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเกี่ยวกับหลักประกันและปฏิเสธการทุเลา จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2533ธนาคารเอเซีย จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรินทร์-สำโรงทาบก่อสร้าง กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 231กรณีที่พิพาทกันในชั้นขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ซึ่งจำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์นั้น อำนาจในการสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตเป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้รวมตลอดถึงเรื่องการพิจารณาหลักประกันด้วย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดคู่ความจะฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์มิได้คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๕,๔๗๗,๒๙๙.๖๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๔ และที่ ๖ ร่วมรับผิดตามส่วน หากไม่ชำระให้เอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นเอาชำระหนี้จนครบ ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และที่ ๖ อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์คัดค้าน ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่าให้ศาลชั้นต้นตีราคาทรัพย์ที่จำนองถ้าไม่พอชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมีกำหนด ๔ ปี ก็ให้จำเลยคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันมาให้ครบภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ในการพิจารณาหลักประกัน ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำนวนหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ย ๔ ปีเป็นเงินประมาณ ๒๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์เสนอรายการประเมินราคาทรัพย์จำนองที่โจทก์ประเมินเป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๓๒๕,๗๓๕ บาท สูงกว่าทางราชการประเมินไว้ แต่ต่ำกว่าครั้งที่โจทก์ประเมินตอนจำเลยทำสัญญากู้ยืมซึ่งประเมินราคาเต็มของทรัพย์จำนองเป็นเงิน ๑๑,๕๒๘,๘๔๒บาท ทั้งนี