ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2533

ประเด็นกฎหมาย

ผู้เช่าซื้อรถยนต์ไม่ต้องรับผิดร่วมละเมิดหากมิได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถขณะเกิดเหตุ

หลักกฎหมาย

ผู้เช่าซื้อมีสิทธิครอบครองใช้ประโยชน์ระหว่างเช่าซื้อ แต่ต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถขณะเกิดเหตุตาม ม. 437 จึงจะรับผิดร่วมละเมิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ผู้เช่าซื้อ ไม่ต้องรับผิดร่วมละเมิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ขับรถที่จำเลยที่ 2 เช่าซื้อชนทรัพย์สินโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2533กรมทางหลวงโจทก์นายบัว กันแฟงหรือกับแฟง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 572 ป.วิ.พ. ม. 205แม้จำเลยจะขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา โจทก์ก็ยังมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบให้ฟังได้ตามฟ้องของตน เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองหรือควบคุมดูแลรถยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ คดีคงได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวชนเสาหินกันโค้งและรางระบายน้ำคอนกรีตของโจทก์เสียหาย โดยรถยนต์เป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งได้เช่าซื้อมา ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำด้วยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลเป็นเจ้าของเสาหลักกันโค้งและรางระบายน้ำคอนกรีตริมทาง บริเวณทางหลวงกิโลเมตรที่ ๑๐๖x๙๐๐ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๓๕ ตอนวังเหนือแม่ขะจาน เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกซึ่งจำเลยที่ ๒เช่าซื้อมาจากบริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด บรรทุกขิงแล่นไปด้วยความเร็วสูงชนเสาหลักกันโค้ง ๓ ต้น และรางระบายน้ำคอนกรีตยาว ๓๓ เมตร ซึ่งอยู่ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๑๐๖x๙๐๐ ของโจทก์เสียหายใช้การไม่ได้ คิดค่าเสาหลักกันโค้งเป็นเงิน ๗๕๐ บาท และค่ารางระบายน้ำเป็นเงิน ๙,๙๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐,๖๕๐ บาทจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล จึงต้องร่วมกันกับจำเลยที่ ๑ รับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน๑๒,๓๕๘.๔๓ บาท พร้อ