การออกเช็คเพื่อชำระหนี้ตามปกติแตกต่างจากการออกเช็คเพื่อประกันหนี้อย่างไร
เช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ตามปกติ มิใช่เช็คประกัน หากขึ้นเงินไม่ได้ผู้รับเช็คมีความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค
พิพากษายืน ศาลอุทธรณ์
จำเลยออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้คงเหลือ 450,000 บาท โดยชำระเป็นงวดๆ ไม่ใช่เพื่อประกันหนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2533นายพัวหง แซ่โง้วโจทก์นายธวัชชัย ทรงพูนทรัพย์จำเลย ป.อ. ม. 22 ป.วิ.อ. ม. 158, ม. 192, ม. 216 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 จำเลยนำเช็คของลูกค้าจำเลยมาขายโจทก์ ต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยนำเงินไปชำระมิฉะนั้นจะให้เจ้าพนักงานตำรวจจัดการ จำเลยจึงไปตรวจสอบหนี้สินกับโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 496,000 บาท จำเลยได้ชำระหนี้เป็นเงินสดบางส่วน ส่วนหนี้ที่เหลืออีก 450,000 บาท โจทก์ให้จำเลยชำระเดือนละ 45,000 บาท โดยจำเลยออกเช็คให้โจทก์ไว้เช็คที่จำเลยออกให้โจทก์จึงเป็นเช็คชำระหนีตามปกติ มิใช่เช็คออกเพื่อประกันหนี้ เมื่อขึ้นเงินหรือเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ จำเลยก็ต้องมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 (1) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษและขอให้นับโทษต่อ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษโดยไม่ได้นับโทษต่อให้ โจทก์ไม่ฎีกาหรือแก้ฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่นับโทษต่อ ศาลฎีกาจึงไม่นับโทษต่อให้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ กับขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ ช.๑๐๑๙๐/๒๕๒๙ และคดีหมายเลขแดงที่ ช.๑๗๗๘/๒๕๒๙ ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ (๑) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ ๓ เดือน รวมสองกระทงจำคุก ๖