การฟ้องคดีอาญาฐานจัดให้มีการเล่นการพนันต้องบรรยายองค์ประกอบอย่างไร และต้องพิสูจน์การพนันเอาทรัพย์สินกันหรือไม่
การฟ้องจัดให้มีการเล่นการพนันตาม พ.ร.บ.การพนัน ไม่จำต้องบรรยายว่าผู้เล่นจะได้เสียทรัพย์สินกัน เพราะความผิดอยู่ที่การจัดหาเครื่องเล่นเพื่อผลประโยชน์ของผู้จัด โดยไม่ได้รับอนุญาต
พิพากษายืน ให้จำเลยมีความผิดฐานจัดให้มีการเล่นการพนัน ปรับ 700 บาท และริบของกลาง
จำเลยจัดให้มีการเล่นวี.ดี.โอ.เกม โดยเก็บเงินชั่วโมงละ 10 บาท โดยมิได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลชั้นต้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2533พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมโจทก์นายจักรี จงกุลจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 218 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 , ม. 10, ม. 12ฟ้องว่า จำเลยบังอาจจัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 โดยจำเลยเก็บเงินจากผู้เข้าเล่นในอัตราชั่วโมงละ 10 บาท อันเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยผู้จัด โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด อีกทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 28 เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จำเลยย่อมมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องให้ปรากฏว่า ผู้เล่นจะได้เล่นพนันเอาทรัพย์สินกันหรือไม่ เพราะแม้ผู้เล่นจะไม่ได้เล่นพนันเอาทรัพย์สินกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิด โจทก์บรรยายฟ้องว่าของกลางเป็นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกลตามบัญชี ข. ลำดับที่ 28 จำเลยให้การรับสารภาพ จึงต้องฟังว่าของกลางเป็นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกลตามบัญชี ข. ลำดับที่ 28เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับจำเลยการที่จำเลยฎีกาว่าของกลางไม่ใช่เครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกลตามบัญชี ข. ลำดับที่ 28 จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘