การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์สามารถยกเป็นข้อต่อสู้ผู้ได้สิทธิโดยมิได้เสียค่าตอบแทนได้หรือไม่
ผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แม้มิได้จดทะเบียน ย่อมยกเป็นข้อต่อสู้ผู้ได้สิทธิโดยมิได้เสียค่าตอบแทนได้ แม้ผู้ได้สิทธิจะจดทะเบียนโดยสุจริต
พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยครอบครองที่ดินรุกล้ำเกิน 10 ปี ได้กรรมสิทธิ์ปรปักษ์ โจทก์ได้ที่ดินโดยมิได้เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนหลังการได้สิทธิปรปักษ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2533นายประสิทธิ์ ปั้นวิเศษ ที่ 1 กับพวกโจทก์นายมานิต พิชัยเวฐนกุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 1382 ป.วิ.พ. การที่โจทก์ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยก่อสร้างรั้วรุกล้ำที่ดินพิพาทของโจทก์ ก็ไม่เป็นผลดีแก่คดีของโจทก์เพราะเป็นการแจ้งความภายหลังที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทได้ตกเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1382 จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าไม่ได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ หากรุกล้ำจำเลยก็ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่รุกล้ำโดยการครอบครองปรปักษ์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้แล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่รุกล้ำโดยการครอบครองปรปักษ์ โดยจำเลยมิได้ฟ้องแย้งและเสียค่าขึ้นศาลมาก็ตามแต่ศาลอุทธรณ์ก็เพียงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์เท่านั้น ศาลอุทธรณ์หาได้พิพากษาเกินไปกว่า หรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ไม่ โจทก์ได้รับการยกที่ดินให้และได้รับมรดกจาก ก. ย. และ ส.โดยมิได้เสียค่าตอบแทน ฉะนั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แม้จะยังมิได้จดทะเบียนก็ย่อมยกเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ เพราะแม้โจทก์จะจดทะเบียนโดยสุจริต แต่ก็มิได้เสียค่าตอบแทนแต่อย่างใดโจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วคอนกรีตส่วนที่รุกล้ำบังหน้าที่ดินของโจทก์โฉนดที่ ๓๐๙๖ และขนขยะมูลฝอย เปลือกมะพร้าว กะลามะพร้าวออกไปจากแนวเขตที่ดินของโจทก์ทั้ง ๒ โฉนด หากจำเลยไม่ปฏิบัติ ขอให้มีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนรั้วคอนกรีตที่รุกล้ำและขนขยะมูลฝอย เปลือกมะพร้าวกะลามะพร้