การนำเงินเข้าบัญชีล่าช้า 1 วัน ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกรณีร้ายแรงที่เลิกจ้างได้หรือไม่
การนำเงินเข้าบัญชีล่าช้า 1 วัน เป็นความผิดพลาดเล็กน้อย ไม่ทุจริต ไม่สูญหาย ผลเสียหายเพียงดอกเบี้ยเล็กน้อย ไม่ใช่กรณีร้ายแรง ต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนเลิกจ้าง
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
ลูกจ้างนำเงินรายได้เข้าบัญชีล่าช้า 1 วัน จำนวน 2,512 บาท จำเลยเลิกจ้างโดยไม่ตักเตือนเป็นหนังสือก่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2533นายอำนาจ พรหมโยธินโจทก์บริษัทขนส่ง จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย มีหน้าที่จำหน่ายตั๋วรถโดยสารและเก็บเงินค่าธรรมเนียมมอบให้จำเลยทุกวันโดยนำเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารตามระเบียบของจำเลย การที่โจทก์นำเงินของจำเลยจำนวน 2,512 บาท เข้าฝากธนาคารล่าช้าไปหนึ่งวันย่อมถือเป็นการทำงานล่าช้าหรือผิดพลาดเล็กน้อย จำเลยอาจได้รับความเสียหายบ้างก็เพียงที่ขาดประโยชน์จากดอกเบี้ยของธนาคารเพียงเล็กน้อย พฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งพนักงานปล่อยรถประจำสถานีเดินรถชลบุรี เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๙ จำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ โจทก์ทำงานติดต่อกันเกิน ๓ ปี ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๔,๐๒๕ บาท มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน ๒๔,๑๕๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ๓,๙๘๕ บาท โจทก์มีหน้าที่จำหน่ายตั๋วรถโดยสารและเก็บเงินค่าธรรมเนียมรถโดยสารเอกชนที่เข้าวิ่งร่วมเส้นทางกับจำเลย แล้วต้องนำเงินรายได้ทั้งหมดมอบให้จำเลยทุกวันโดยนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาชลบุรี แต่เมื่อวันที่ ๘, ๑๐ และ ๒๑ เมษายน ๒๕๒๙ กับวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๙ โจทก์ไม่นำเงินรายได้ของจำเลยดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลย ซึ่งถือว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และเป็