ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2533

ประเด็นกฎหมาย

มารดาผู้ใช้อำนาจปกครองขอจดทะเบียนหุ้นมรดกทั้งหมดเป็นชื่อตนเองเพียงผู้เดียว โดยไม่แบ่งส่วนให้แก่บุตรผู้เยาว์ ถือว่าขัดต่อประโยชน์ของผู้เยาว์หรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่มารดาผู้ใช้อำนาจปกครองจดทะเบียนหุ้นมรดกทั้งหมดเป็นชื่อตนเองเพียงผู้เดียว โดยไม่แบ่งส่วนให้แก่บุตรผู้เยาว์ ถือเป็นการเอาประโยชน์จากกิจการที่ขัดต่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574, 1575

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ทั้งสองที่จะฟ้องใหม่ภายในอายุความ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ตายถือหุ้น 500 หุ้นในบริษัทจำเลย เมื่อผู้ตายตาย หุ้นตกเป็นมรดกของภริยา (โจทก์ที่ 1) และบุตรผู้เยาว์ (โจทก์ที่ 2) โจทก์ที่ 1 ในฐานะมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองขอให้จดทะเบียนหุ้นทั้งหมดเป็นชื่อตนเองเพียงผู้เดียว โดยไม่แบ่งส่วนให้แก่บุตร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2533นางนิตยา ตรีวรพันธ์ กับพวกโจทก์บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัดจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1574, ม. 1575, ม. 1599, ม. 1600, ม. 1629, ม. 1635โจทก์ที่ 1 เป็นภริยา โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรผู้เยาว์ของผู้ตายโจทก์ทั้งสองต่างเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกเป็นส่วนแบ่งหุ้นของผู้ตายในบริษัทจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599, 1600, 1629(1), 1629 วรรคท้าย และ 1635(1) การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยลงทะเบียนให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดแต่ผู้เดียวไม่แบ่งหุ้นมรดกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 มารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเอาประโยชน์จากกิจการและประโยชน์นั้นขัดกับประโยชน์ของโจทก์ที่ 2 ผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574, 1575 ตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1118หมายถึงหุ้นจำนวนหุ้นเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ ถ้ามีหลายคนเป็นเจ้าของหุ้นหุ้นเดียว ต้องให้คนใดคนหนึ่งใช้สิทธิแต่คนเดียวในฐานะผู้ถือหุ้น แต่กรณีที่หุ้นมรดกมีจำนวน 500 หุ้น จึงอาจแบ่งระหว่างโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 แยกกันถือหุ้นได้ โจทก์ที่ 1จึงจะอ้างสิทธิตามมาตรานี้โดยขอใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นเพียงผู้เดียวในหุ้นทั้งหมดไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นภริยา และโจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุย ตรีวรพันธ์หรือแซ่ตี๋ ผู้ตาย ซึ่งถือหุ้นในบริษัทจำเลยจำนวน ๕๐๐ หุ้น ตั้งแต่เลขที่ ๑ ถึงที่ ๕๐๐ผู้ตายถึงแก่ความตาย หุ้นของผู้ตายจึงตกเป็นของโจทก์ทั้งสองโจทก์ที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ที่ ๒ ขอใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนและจดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของโจทก์ลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นในบ