สมุดเงินฝากที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวถือเป็น 'ทรัพย์หรือเอกสารที่ส่งไว้ต่อศาล' ตาม ป.อาญา มาตรา 185 หรือไม่
ทรัพย์หรือเอกสารตาม ป.อาญา มาตรา 185 ต้องเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อวินิจฉัยประเด็นคดีเท่านั้น หลักประกันตัวเป็นเพียงสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่พยานหลักฐานพิสูจน์ความผิด จึงไม่เข้าข่ายความผิดนี้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 และปฏิเสธการรอการลงโทษ
จำเลยนำสมุดเงินฝากออมสินไปมอบให้ศาลยึดเป็นหลักทรัพย์ประกันตัวในคดีอื่น แล้วแจ้งข้อความเท็จว่าสมุดสูญหายเพื่อเบิกเงินปิดบัญชี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1036/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายศรีสุข มาไพศาลสินจำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. ม. 185, ม. 215คำว่า "ทรัพย์หรือเอกสารใด" ที่ได้ส่งไว้ต่อศาล หรือที่ศาลให้รักษาไว้ในการพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 185 นั้นหมายถึงสิ่งที่จะต้องส่งหรือรักษาไว้เพื่อวินิจฉัยประเด็นในการพิจารณาคดีเท่านั้น สมุดฝากเงินออมสินที่จำเลยได้นำไปมอบให้ศาลยึดไว้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยอื่นในคดีอาญา มิใช่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่จะเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย จึงไม่เป็นทรัพย์หรือเอกสารที่ได้ส่งศาล หรือที่ศาลให้รักษาไว้ในการพิจารณาคดตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าสมุดฝากเงินออมสินดังกล่าวสูญหายไป แล้วนำหลักฐานการแจ้งหายไปเบิกเงินปิดบัญชีสมุดหายเลิกฝากและได้เงินตามจำนวนที่ฝากไป โดยที่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องก็ยังไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาประกันอันจะถือว่ามีข้อพิพาทกันอีกส่วนหนึ่งในคดีเช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 185 คำรับสารภาพของจำเลยในคดีอาญาเป็นเพียงรับว่าได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้องเท่านั้น การกระทำตามฟ้องจะเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษหรือไม่เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณา เมื่อเห็นว่าการกระทำของจำเลยในข้อหาใดไม่เป็นความผิดแล้ว แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องในข้อหาดังกล่าวคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๑๓๗, ๑๘๕, ๙๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๑๘๕, ๙๑ ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ จำคุก ๔ เดือน ฐานทำให้เสียหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารที่ส่งไว้ต่อศาล จำคุก ๑ ปี รวมจ