คำสั่งศาลที่วินิจฉัยกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันบุคคลภายนอกได้หรือไม่ หากบุคคลภายนอกพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่า
คำสั่งศาลที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์อาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่า การอาศัยโดยปริยายสิ้นสุดเมื่อเจ้าของใหม่ไม่ต้องการให้อาศัย
พิพากษายืน ให้ยกคำฟ้องโจทก์ และพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง
โจทก์ครอบครองที่ดินโดยอาศัยเจ้าของเดิมและไม่เคยแสดงความเป็นปรปักษ์ต่อทายาทเจ้าของเดิม (จำเลย) ซึ่งพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2533นางวาด กุลกัณฑ์ ฯโจทก์นางพุฒ ศรีเจริญจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ม. 145 วรรคสอง (2)คำสั่งศาลที่แสดงว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิม และโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ และเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้โจทก์อาศัยต่อไปโจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาทโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๘๐๘๗ ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน เป็นส่วนของโจทก์ ๓ งานและเป็นส่วนของจำเลย ๒๕ ไร่ โดยโจทก์และจำเลยต่างครอบครองส่วนของตนเป็นส่วนสัด โจทก์ประสงค์แบ่งแยกที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดดังกล่าว เนื้อที่ ๓ งาน ตามแผนที่ท้ายฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินโฉนดที่ ๘๐๘๗ เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวคำสั่งศาลที่แสดงว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวบางส่วนโดยการครอบครองปรปักษ์ ไม่ผูกพันจำเลย โจทก์ไม่เคยครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่พิพาทกัน จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์และเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทในโฉนดที่ ๘๐๘๗ ตำบลบ้านแพ้วอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ ๓ งาน เป็นของจำเลยห้ามโจทก์เข้าเกียวข้อง ส่วนคำฟ้องของโจทก์ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๔๕ วรรคสอง (๒) บัญญัติว่า คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่ค