การแปลเจตนาในสัญญาจำนำที่มีข้อความว่าผู้จำนำยอมรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม หมายถึงการรับผิดภายในวงเงินทรัพย์จำนำหรือไม่
การแปลเจตนาในสัญญาจำนำที่ระบุว่าผู้จำนำยอมรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม มีความหมายเพียงว่าผู้จำนำต้องรับผิดภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันเท่านั้น มิใช่การขยายความรับผิดออกไปจากวงเงินที่กำหนดไว้หรือเป็นการค้ำประกันหนี้ทั้งหมด
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 คงค้างชำระ แต่จำกัดความรับผิดตามวงเงินและมูลค่าทรัพย์ที่นำมาจำนำตามสัญญา
จำเลยที่ 2 ทำสัญญาจำนำหุ้นเป็นประกันหนี้ให้จำเลยที่ 1 โดยในสัญญาข้อ 3 ระบุว่าผู้จำนำยอมรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม แต่ไม่ได้กำหนดวงเงินในบางฉบับ ศาลต้องตีความว่าข้อความนี้ขยายความรับผิดนอกเหนือจากทรัพย์จำนำหรือไม่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2533บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์บางกอกโนมูระ จำกัดโจทก์นายธงชัย ตั้งนิรันดร์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 11, ม. 132, ม. 291, ม. 368, ม. 767 ป.วิ.พ. , ม. 237จำเลยที่ 2 ทำสัญญาจำนำหุ้นเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ไว้กับโจทก์รวม 4 ฉบับ สัญญาจำนำ 3 ฉบับ กำหนดวงเงินจำนำค้ำประกันไว้ อีก 1 ฉบับ จำนำหุ้น 1,000 หุ้น โดยไม่ได้กรอกข้อความกำหนดวงเงินประกันไว้ สัญญาข้อ 3 กำหนดไว้ว่า "ผู้จำนำยินยอมให้ผู้รับจำนำผ่อนผันการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ และผู้จำนำยอมรับผิดในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมอยู่ด้วย" มีความหมายเพียงว่า หากผู้รับจำนำผ่อนผันการชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ยังต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 อยู่ และจำเลยที่ 2 จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมภายในวงเงินที่นำทรัพย์สินมาจำนำเป็นประกันหนี้เท่านั้น หาใช่ขยายจำนวนเงินที่จะรับผิดออกไปจากวงเงินที่กำหนดไว้ไม่สัญญาข้อ 5 กำหนดว่า"ถ้าขายทรัพย์สินจำนำได้เงินสุทธิต่ำกว่าต้นเงินจำนำและดอกเบี้ยที่ค้างชำระผู้จำนำยอมรับชดใช้จำนวนเงินที่ยังขาดอีกจนครบ และถ้าหากขายทรัพย์สินที่จำนำได้เงินสุทธิเกินค่าจำนำมากน้อยเท่าใด ผู้จำนำยอมให้เอาไปหักใช้หนี้สินใด ๆ ที่ลูกหนี้ค้างชำระแก่ผู้จำนำอีกด้วยหากยังมีเงินเหลืออยู่อีก ผู้รับจำนำก็จะคืนให้แก่ผู้จำนำไป" สัญญาข้อนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเท่าราคาทรัพย์สินที่นำมาจำนำและชดใช้ให้ครบตามวงเงิน แม้สัญญาจำนำฉบับที่ไม่ได้กำหนดวงเงินไว้ก็มีความหมายเพียงว่า เมื่อบังคับจำนำแก่ทรัพย์สินที่จำนำแล้วต้องนำเงินที่ขายทรัพย์สินได้ทั้งหมดมาชำระหนี้ เว้นแต่กรณีชำระหนี้แล้วมีเงินเหลือจึงจะคืนให้จำเลยที่ 2 เท่านั้นมิใช่คู่สัญญาประสงค์จะให้ผู้จำนำต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมใน