การตีความคำว่า 'การถึงแก่กรรมเนื่องจากประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง' ในระเบียบจ่ายบำเหน็จ ครอบคลุมการฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดหรือไม่
ระเบียบไม่ได้กำหนดว่าต้องถูกผู้อื่นฆ่าตาย หากการตายเกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงต่อเนื่องกัน รวมถึงการฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด ก็ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ
พิพากษายืน ยกฟ้อง โจทก์ซึ่งเป็นทายาทไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ
พนักงานยิงเพื่อนร่วมงานจนตายแล้วฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด ทายาทเรียกร้องบำเหน็จ แต่จำเลยอ้างว่าเกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2533นางวิเชียร คร้ามบุญลือ กับพวกโจทก์กระทรวงการคลังจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 , ม. 11ตามระเบียบการจ่ายบำเหน็จแก่พนักงานยาสูบ พ.ศ. 2500 ได้กำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินบำเหน็จแก่พนักงานไว้ว่าพนักงานยาสูบมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จเมื่อถึงแก่กรรม และการถึงแก่กรรมนั้นมิได้เกิดขึ้นเนื่องจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามระเบียบดังกล่าวไม่ได้กำหนดว่าพนักงานที่ถึงแก่กรรมและไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจะต้องเป็นการถึงแก่กรรมเพราะถูกบุคคลอื่นฆ่าตายเนื่องจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ดังนั้นไม่ว่าพนักงานจะถึงแก่กรรมเพราะเหตุใดก็ตาม ถ้าเนื่องจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงแล้วก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ การที่ ท. ใช้อาวุธปืนยิง ย. ในที่ทำงานและในเวลาทำงานล่วงเวลาของโรงงานยาสูบผู้เป็นนายจ้าง ถือได้ว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงในเวลาต่อเนื่องกันหลังจากประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ท. ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนถึงแก่ความตาย การฆ่าตัวตายของ ท. ก็เพื่อหนีความรับผิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงนั่นเอง การถึงแก่กรรมของ ท.จึงเนื่องจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามระเบียบดังกล่าวโจทก์ซึ่งเป็นทายาทของ ท. จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๕ เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทองชุบ เอี่ยมจรูญ จำเลยเป็นเจ้าของกิจการโรงงานยาสูบ นายทองชุบเป็นลูกจ้างของโรงงานยาสูบ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม๒๕๓๑ นายทองชุบถึงแก่กรรมด้วยสาเหตุฆ่าตัวตาย มีอายุการทำงานถึงวันที่ถึงแก่กรรมรวม ๒๖ ปี เมื่อนายทองชุบถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งห้าในฐานะทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจำนวน ๒๑๒,๑๖๐ บาท ตามระเบียบการจ่ายบำเหน็จแก่พนักงานยาสูบ