ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2533

ประเด็นกฎหมาย

การห้ามฎีกาคดีแจ้งความเท็จตาม พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13

หลักกฎหมาย

คดีแจ้งความเท็จที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 220 แก้ไขโดย พ.ร.บ.ฯ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13 หากฎีกาหลังวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยคดีแจ้งความเท็จ แต่พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหาแจ้งความเท็จ โจทก์ฎีกาหลังวันที่ 19 ต.ค. 2532 ซึ่ง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา (ฉบับที่ 17) มีผลใช้บังคับแล้ว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2533นางเพ็ญศรี สกนธวัฒน์โจทก์นายประยูร ร่มโพธิ์ชัย กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาแจ้งความเท็จดังนั้น ข้อหาดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกรอกข้อความในกระดาษเปล่าที่มีลายมือชื่อโจทก์โดยจำเลยที่ ๑ กรอกข้อความว่า โจทก์รับฝากเงินจำเลยที่ ๑ จำนวน ๔๕,๕๐๐ บาท แล้วจำเลยที่ ๑ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฝาก ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ลงลายมือชื่อเป็นพยานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ แล้วจำเลยที่ ๑ นำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสกลนครอันเป็นเท็จว่า โจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ โดยเจตนาเพื่อจะแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๒๖๕ ให้วางโทษตามมาตรา ๒๖๕ จำเลยที่ ๒ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานแจ้งความเท็จจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาแจ้งความเท็จ โจทก์ฎีกาคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม๒๕๓๒ อันเป็น