การมีและพกพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวหรือต่างกรรม และการริบรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี
การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองเป็นกรรมหนึ่ง การพกพาไปในทางสาธารณะเป็นอีกกรรมหนึ่ง เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้เพียงหลบหนีไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ต้องริบ
ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกเว้นไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยมีและพกพาอาวุธปืนขณะพยายามปล้นทรัพย์ โดยใช้อาวุธปืนสองกรรม และใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อหลบหนีจากการจับกุม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233/2533พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรีโจทก์นายสุเทพ รอดสกุล กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 33, ม. 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม. 7, ม. 8 ทวิ, , ม. 72 ทวิการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดมาตั้งแต่เริ่มครอบครองเป็นกรรมหนึ่ง และเมื่อได้พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยผิดกฎหมายก็เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง จึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด การที่จำเลยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางไปพยายามปล้นทรัพย์แต่ก็เป็นเพียงยานพาหนะไปมาและพาจำเลยกับพวกหลบหนีให้พ้นจากการจับกุมโดยสะดวกและรวดเร็วเท่านั้น รถจักรยานยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีกระสุนปืนลูกซอง ๑ นัด จำเลยที่ ๒ มีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงาน ๑ กระบอก กับกระสุนปืนลูกซอง ๒ นัด ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยที่ ๒ ได้พาอาวุธปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะและได้ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย... โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้รถจัรกยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิด...เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้น ๑ กระบอก กระสุนปืนลูกซอง ๒ นัด ปลอกกระสุนปืนลูกซอง ๑ ปลอก รถจักรยานยนต์ ๑ คัน เป็นของกลาง ต่อมาจับจำเลยที่ ๓ ได้ ขอให้ลงโทาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๘, ๒๘๙, ๑๓๘, ๑๔๐, ๓๒, ๓๓, ๘๐, ๘๓ ฯลฯ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ฯลฯ ริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล