คำสั่งยกเลิกค่าครองชีพออกหลังลูกจ้างลาออก มีผลผูกพันลูกจ้างหรือไม่ และค่าครองชีพเป็นฐานคำนวณบำเหน็จหรือไม่
คำสั่งยกเลิกการจ่ายค่าครองชีพที่ออกหลังจากที่ลูกจ้างลาออกจากงานไปแล้ว ไม่มีผลผูกพันกับลูกจ้างดังกล่าว ดังนั้น ค่าครองชีพที่จ่ายให้ก่อนวันลาออก จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างที่ต้องนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณเงินบำเหน็จ
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ลูกจ้างลาออกก่อนที่จำเลยจะมีคำสั่งยกเลิกการจ่ายค่าครองชีพ คำสั่งยกเลิกจึงไม่มีผลกับลูกจ้างที่ลาออกก่อน ค่าครองชีพที่จ่ายก่อนลาออกจึงเป็นฐานคำนวณบำเหน็จ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400 - 1405/2533นางถนอมศรี จันุศร กับพวกรวม 6 สำนวนโจทก์องค์การทอผ้าจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ก่อนโจทก์ลาออกจากงาน จำเลยยังคงจ่ายค่าครองชีพให้พนักงานรวมทั้งโจทก์ด้วย ต่อมาหลังจากโจทก์ลาออกจากงานไปแล้ว จำเลยมีคำสั่งยกเลิกการจ่ายค่าครองชีพให้แก่พนักงาน คำสั่งดังกล่าวย่อมไม่มีผลผูกพันโจทก์ ถือได้ว่าขณะที่โจทก์ลาออกจากงาน โจทก์ได้รับค่าครองชีพอันเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างที่ต้องนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณเงินบำเหน็จด้วยโจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดพร้อมดอกเบี้ย เนื่องจากจำเลยไม่ได้นำค่าครองชีพไปรวมเป็นฐานในการคำนวณด้วย จำเลยทั้งหกสำนวนให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งหก จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ที่ ๒ ลาออกจากงานเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นออกจากงานหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรีและข้อบังคับคำสั่งและระเบียบของจำเลยให้ยกเลิกค่าครองชีพตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๒ ตามเอกสารหมายล.๑ ถึง ล.๕ หลังจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๒ จำเลยไม่ได้จ่ายค่าครองชีพให้แก่พนักงานของจำเลยซึ่งรวมถึงโจทก์ที่ ๒ ด้วย แต่เป็นการจ่ายค่าจ้างที่คาดว่าจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่๑ มกราคม ๒๕๓๒ จำเลยจึงจ่ายค่าจ้างที่เพิ่มให้ลูกจ้างแต่ละคนเท่ากับค่าครองชีพไปก่อน เมื่อมีคำสั่งปรับค่าจ้างและทราบว่าลูกจ้างแต่ละคนได้รับการปรับค่าจ้างคนละเท่าใดแล้ว จำเลยก็จะคิดหักกลบลบกันระหว่างค่าจ้างที่จ่ายเพิ่มไปก่อนกับค่าจ้างที่ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าครองชีพ