การตีความประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ฉบับแก้ไขใหม่ กรณีเลิกจ้างเมื่อสัญญาสิ้นสุดก่อนมีผลบังคับ
การเลิกจ้างต้องบังคับตามประกาศฯ ที่มีผลใช้บังคับขณะเลิกจ้าง หากเป็นสัญญาจำกัดเวลาแต่ไม่ใช่ทำงานครั้งคราว/ตามฤดูกาล ต้องจ่ายค่าชดเชย
ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน 2,340 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
สัญญาจ้างมีกำหนด 120 วัน ชำระเงินตามวันที่ 13 และ 28 ของเดือน เลิกจ้างเมื่อสัญญาสิ้นสุดหลังประกาศฯ มีผลใช้บังคับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1827/2533นายอุดมศักดิ์ รั้งจันทึกโจทก์บริษัทไทยเกรียงปั่นทอฟอกย้อม จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม. 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46 ที่แก้ไขใหม่โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 ข้อ 7 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2532 กรณีที่ นายจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกจากสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้างจะเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนแล้ว ต้องเป็นการจ้างเพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาล หรือเป็นงานตามโครงการด้วย จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนก่อนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 มีผลใช้บังคับแต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวสิ้นสุดลงในขณะที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว ผลการเลิกจ้างจึงต้องบังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46 ที่แก้ไขใหม่โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 11)ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2532 ข้อ 7 เมื่อจำเลยไม่ได้จ้าง โจทก์เพื่อทำงานอันมีลักษณะเป็นการครั้งคราวเป็นการจร เป็นไปตามฤดูกาลหรือเป็นงานตามโครงการ จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างวันละ ๗๘ บาทกำหนดจ่ายทุกวันที่ ๑๓ และวันที่ ๒๘ ของเดือน จำเลยให้โจทก์หยุดงานเกินกว่า ๗