ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868/2533

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างยังมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่ามติสหภาพที่ปลดออกจากสมาชิกเป็นโมฆะได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

อำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ หากโจทก์ขาดคุณสมบัติเป็นสมาชิกตามข้อบังคับสหภาพตั้งแต่ตอนยื่นฟ้อง ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้กลับเข้าเป็นสมาชิกอีก

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ถูกเลิกจ้างก่อนยื่นฟ้องจึงขาดคุณสมบัติเป็นสมาชิกสหภาพ ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้มติปลดสมาชิกเป็นโมฆะ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2533 แต่ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2533 โดยขอให้ศาลวินิจฉัยว่ามติสหภาพที่ปลดโจทก์ออกจากสมาชิกเป็นโมฆะ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868/2533นายอนันต์ สีดาวฤกษ์โจทก์สหภาพแรงงานเนชั่นแนลไทยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 , ม. 95, ม. 97 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 (2)อำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ ศาลก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ข้อบังคับของจำเลยกำหนดว่า สมาชิกจำเลยจะต้อง มีคุณสมบัติเป็นลูกจ้างประจำของบริษัท เนชั่นแนลไทย จำกัด หรือลูกจ้างประจำของบริษัทซึ่งทำกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องได้ถูกนายจ้างเลิกจ้างแล้ว ในขณะยื่นฟ้องโจทก์จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกจำเลยได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่ามติของคณะกรรมการจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากสมาชิกจำเลยเป็นโมฆะ อันมีผลทำให้โจทก์กลับเข้าเป็นสมาชิกของจำเลยอีกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นสมาชิกของจำเลย และได้รับเลือกเป็นกรรมการของจำเลย ต่อมาวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ โจทก์ลาออกจากกรรมการเพราะคณะกรรมการดำเนินการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดตั้งสหภาพ จำเลยร่วมกับสมาชิกทำหนังสือให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ แต่คณะกรรมการไม่เรียกประชุม โจทก์มีหนังสือถึงนายทะเบียน ต่อมาสำนักงานแรงงานจังหวัดมีหนังสือสั่งการให้คณะกรรมการจำเลยจัดประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๓๓ เมื่อถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๒ จำเลยปลดโจทก์ออกจากสมาชิกของจำเลยโดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดมติกรรมการที่ให้ปลดโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาว่ามติของคณะกรรมการที่ปลดโจทก์จากสมาชิกสหกรณ์เป็นโมฆะ จำเลยให้การว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยหลายประการและได้ลาออกจากการเป็นกรรมกาบริหารของจำเลย ต่อมาโจทก์กล่าว