ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003/2533

ประเด็นกฎหมาย

ศาลมีอำนาจเปลี่ยนฐานความผิดจากวิ่งราวทรัพย์เป็นยักยอกได้หรือไม่ โดยไม่ถือว่าแตกต่างในข้อสาระสำคัญ

หลักกฎหมาย

ความผิดวิ่งราวทรัพย์และยักยอกมีเจตนาทุจริตเดียวกัน ต่างเพียงวิธีการ จึงมิใช่ข้อสาระสำคัญ ศาลจึงลงโทษฐานยักยอกได้ตาม ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคสาม

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดฐานยักยอก แต่แก้คำพิพากษาให้ระบุชัดเจนว่าผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องวิ่งราวทรัพย์ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าผิดฐานยักยอก โดยจำเลยให้การต่อสู้คดีและทราบข้อหาชัดเจน ไม่หลงข้อต่อสู้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003/2533พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครโจทก์นายสมศักดิ์หรือโชค วงศ์จันทร์แย้มจำเลย ป.อ. , ม. 352 ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคสามโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐาน ยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ก็ตามแต่ การวิ่งราวทรัพย์หรือยักยอก ก็คือการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเจตนาทุจริตเช่นเดียวกัน คงแตกต่าง กันแต่ เพียงเอาทรัพย์ไปโดยวิธีการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า หรือด้วยวิธีครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน จึงเป็นการแตกต่างกันมิใช่ในข้อสาระสำคัญ และทั้งจำเลยให้การต่อสู้คดีอ้างฐานที่อยู่จำเลยจึงมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานยักยอกตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสามโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๓๐ เวลากลางคืนจำเลยลักเอากางเกงขายาว ๑ ตัว ราคา ๑๕๐ บาท เสื้อยืด ๑ ตัว ราคา ๕๐๐ บาท เงินสด ๘๕๐ บาท และนาฬิกาข้อมือ ๑ เรือน ราคา ๒๐๐ บาทรวมเป็นเงินจำนวน ๑,๗๐๐ บาท ของนายประนอม บุญนิ่ม ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยฉกฉวยเอาทรัพย์ไปซึ่งหน้าผู้เสียหายเหตุเกิดที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๑,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ จำคุก ๖ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๑,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพ